หุ้น HSBC, AIA ร่วง กังวลคุมเข้มเปิดบัญชี

เซาท์ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ รายงานว่า แบงก์ ออฟ อีสต์ เอเชีย (Bank of East Asia) สาขาเซี่ยงไฮ้ ระงับการเปิดบัญชีในลักษณะดังกล่าว ขณะที่เอชเอสบีซีได้แจ้งเตือนลูกค้าว่า เงินทั้งหมดที่ฝากเข้าบัญชีเพื่อการลงทุนนั้น จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของฮ่องกง
นอกเหนือจากสถาบันการเงินที่ให้บริการบัญชีธนาคารข้ามพรมแดนแล้ว ข่าวการคุมเข้มครั้งนี้ยังส่งผลกระทบต่อบริษัทประกันภัยอย่าง เอไอเอ และพรูเด็นเชียล (Prudential) ซึ่งลูกค้าผลิตภัณฑ์ประกันภัยกลุ่มใหญ่ของบริษัทเป็นผู้ที่เดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่มายังฮ่องกง
หุ้นเอชเอสบีซีร่วงลง 6% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นลอนดอนในวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) ขณะที่หุ้นเอไอเอร่วงลง 6.8% ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. ส่วนหุ้นสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด (Standard Chartered) ร่วงลง 5.5% ในตลาดหุ้นลอนดอน และหุ้นพรูเด็นเชียลดิ่งลง 6.6%
ธนาคารในฮ่องกงกำลังยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้าจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่ต้องการเปิดบัญชีออมทรัพย์และบัญชีเพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสกัดกั้นการไหลออกของเงินทุน หลังจากรัฐบาลจีนออกมาตรการปราบปรามการซื้อขายข้ามพรมแดนที่ผิดกฎหมายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้สั่งปรับโบรกเกอร์ออนไลน์ 3 รายเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 330 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากพบว่าทั้ง 3 บริษัทมีการดำเนินธุรกิจข้ามพรมแดนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายและกฎระเบียบของจีนที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์ กองทุน และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งบ่อนทำลายความเป็นระเบียบในตลาด
ทั้งนี้ บริษัททั้ง 3 แห่งได้แก่บริษัท ไทเกอร์ โบรกเกอร์ส (นิวซีแลนด์) (Tiger Brokers (NZ), บริษัท ฟูตู ซีเคียวริตีส์ อินเตอร์เนชันแนล (ฮ่องกง) (Futu Securities International (Hong Kong) และบริษัท ลองบริดจ์ ซีเคียวริตีส์ (ฮ่องกง)
ด้านบริษัทซิติก ซิเคียวริตีส์ (Citic Securities) ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ของจีน เตือนว่า การที่รัฐบาลจีนออกมาตรการกวาดล้างการซื้อขายหุ้นข้ามพรมแดนครั้งล่าสุดซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการควบคุมเงินทุนไหลออกนั้น อาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ในฮ่องกงเป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
