"คาร์นีย์" คว้าเสียงข้างมากในสภา เสริมอำนาจแคนาดาต้านทรัมป์

มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีของแคนาดา สามารถตอกย้ำอำนาจทางการเมืองของตนเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมได้รับ “ฉันทามติ” ที่ชัดเจนมากขึ้นในการผลักดันวาระต่อต้านแรงกดดันจากประธานาธิบโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หลังพรรคเสรีนิยม หรือ Liberal Party ของเขาคว้าเสียงข้างมากในสภา จากทั้งการย้ายขั้วของนักการเมืองฝ่ายค้านและยังมีชัยชนะในการเลือกตั้งพิเศษ
สำนักข่าว CBS News ซึ่งเป็นพันธมิตรของ CNN คาดการณ์ว่า พรรคเสรีนิยมจะได้ที่นั่งเพิ่มอีก 2 ที่นั่งเมื่อวานนี้ (13 เม.ย.) ทำให้จำนวนรวมในสภาผู้แทนราษฎรอยู่ที่ 173 ที่นั่ง มากกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากเพียง 1 ที่นั่ง
ขณะที่อีกหนึ่งเขตเลือกตั้งในรัฐควิเบกซึ่งมีคะแนนสูสีอย่างมาก ยังไม่สามารถประกาศผลได้ โดยผู้สมัครพรรคเสรีนิยมเคยชนะเขตนี้ด้วยคะแนนเพียง 1 เสียงในการเลือกตั้งก่อนหน้า
ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา มีนักการเมืองฝ่ายค้านย้ายขั้วมาร่วมพรรคเสรีนิยมแล้วถึง 5 คน การได้เสียงข้างมากครั้งนี้จะช่วยให้คาร์นีย์สามารถควบคุมอำนาจในรัฐบาลได้มั่นคงยิ่งขึ้น และเดินหน้าผลักดันนโยบายสำคัญ โดยเฉพาะการตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ การรับมือกับแนวคิดผนวกแคนาดาเข้าเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ ตลอดจนการลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจต่อประเทศเพื่อนบ้านทางใต้
นับตั้งแต่คาร์นีย์ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังการลาออกของอดีตนายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ซึ่งเผลิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนัก คาร์นีย์กลายเป็นหนึ่งในผู้นำโลกที่วิพากษ์วิจารณ์แนวนโยบาย “America First” ของทรัมป์อย่างชัดเจนที่สุด โดยมองว่าเป็นทั้งชาติยนิยมเชิงเศรษฐกิจ และการกดดันทางการเมือง
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่เวที World Economic Forum ที่เมืองดาวอสของสวิตเซอร์แลนด์ คาร์นีย์เตือนถึง “จุดจบของระเบียบโลกที่ยึดกติกา” และเรียกร้องให้ประเทศขนาดกลางร่วมมือกันเพื่อสร้างดุลอำนาจใหม่ในเวทีโลก
การก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างรวดเร็วของคาร์นีย์ ซึ่งถือเป็นการพลิกฟื้นสถานการณ์ของพรรคเสรีนิยมที่เคยตกต่ำ ได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากท่าทีของทรัมป์เอง และความเชื่อของชาวแคนาดาจำนวนมากที่มองว่า อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางรายนี้ เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการรับมือกับสหรัฐฯ
ระหว่างการเยือนนครซิดนีย์ ออสเตรีเลียของคาร์นีย์ เมื่อเดือนที่ผ่านมา คาร์นีย์อธิบายยุทธศาสตร์รับมือกับทรัมป์ว่าเป็น “การให้ความเคารพ แต่ไม่ใช่การยอมจำนน” (respect but not obsequiousness.) ตามรายงานของ CBS News ระบุว่า คาร์นีย์พูดถึงทรัมป์ว่า ประธานาธิบทรัมป์สนใจรับฟังมุมมองของคุณในวงปิดมากกว่า และนั่นทำให้ยังสามารถหาทางทำงานร่วมกันได้ แต่เอาจริงๆ ก็ยอมรับว่า มันไม่ใช่เรื่องง่าย
แรงกดดันจากทรัมป์สู่แคนาดาหนึ่งเดียว
ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ต่อแคนาดา ได้ปลุกกระแสชาตินิยมใหม่ในหมู่ชาวแคนาดา หลายคนยังคงหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสหรัฐฯ และไม่ซื้อสินค้าที่ผลิตในอเมริกา เพื่อแสดงการต่อต้านสิ่งที่ถูกมองว่าเป็น “การหักหลัง” จากพันธมิตรที่ใกล้ชิด
คาร์นีย์ไม่เพียงได้รับอานิสงส์จากกระแสนี้ แต่ยังเป็นผู้ผลักดันความเป็นเอกภาพดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตาม ความพยายามของคาร์นีย์ในการรวบรวมเสียงข้างมากผ่านการเปิดรับนักการเมืองย้ายขั้ว ก็เริ่มเผชิญเสียงวิจารณ์จากภายในพรรคเองเช่นกัน โดยบางส่วนกังวลว่าอาจกระทบต่ออุดมการณ์หลักของพรรค
โดยหนึ่งในกรณีที่ถูกจับตาคือ มาริลีน กลาดู อดีต สส พรรคอนุรักษนิยมที่เพิ่งย้ายมาร่วมพรรคเสรีนิยม และเคยแสดงจุดยืนคัดต้านการทำแท้ง ซึ่งสวนทางกับหลักการ “สิทธิในการเลือก” ที่เป็นแกนสำคัญของพรรคเสรีนิยม อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า เธอยังคงยึดมั่นที่จะลงคะแนนสนับสนุนนโยบายของพรรคในประเด็นสิทธิของผู้หญิง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
