ราคาน้ำมันสูงสุดรอบ 4 ปีเซ่นปมขัดแย้ง

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นร้อยละ 20 ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (9 มี.ค.) ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2565 เนื่องจากปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิหร่านส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง จนต้องปรับลดกำลังผลิต ประกอบกับความกังวลในการขนส่งสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์สัญญาส่งมอบล่วงหน้า ขยับขึ้นร้อยละ 19.8 แตะที่ 111.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะย่อตัวลงเคลื่อนไหวแถว 107.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสพุ่งแตะ 111.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นการซื้อขาย ก่อนจะเคลื่อนไหวแถว 107.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับขึ้นร้อยละ 18.2
ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเกิดขึ้นหลังจากอิรักและคูเวตเริ่มลดการผลิตน้ำมันลง โดยอิรักลดกำลังการผลิตจากแหล่งน้ำมันหลักทางตอนใต้ลดลงร้อยละ 70 เหลือเพียง 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนคูเวตหั่นกำลังการผลิตลงประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ ขณะที่ก่อนหน้านี้ กาตาร์ลดการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในโรงงานขนาดใหญ่สุด
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และซาอุดีอาระเบีย อาจต้องลดการผลิตตามมา เนื่องจากปัญหาคลังเก็บน้ำมันไม่เพียงพอจากการที่ไม่สามารถส่งออกน้ำมันได้
“แดเนียล ไฮน์ส” นักกลยุทธ์อาวุโสด้านสินค้าโภคภัณฑ์จาก ANZ ระบุว่า ราคาน้ำมันขยับขึ้นจากการที่ผู้ผลิตในตะวันออกกลางต้องปรับลดกำลังการผลิตลง เนื่องจากคลังเก็บน้ำมันสำรองเริ่มเต็มแล้ว แต่สัญญาณเตือนที่ต้องจับตาต่อไปคือ สถานการณ์จะไปถึงจุดที่ต้องปิดบ่อน้ำมันหรือไม่ ซึ่งไม่เพียงแต่จะกระทบต่อการผลิต แต่แม้ความขัดแย้งคลี่คลายลง ราคาก็อาจจะยังทรงตัวในระดับสูงต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
