รีเซต

น้ำท่วม “น่าน” อ่วม 500 ล้าน “ปัว-ท่าวังผา” หนักสุด จ่อชง 6 มาตรการฟื้นเศรษฐกิจ

น้ำท่วม “น่าน” อ่วม 500 ล้าน “ปัว-ท่าวังผา” หนักสุด  จ่อชง 6 มาตรการฟื้นเศรษฐกิจ
TNN ช่อง16
24 สิงหาคม 2569 ( 11:30 )
3

สถานการณ์อุทกภัยระลอกล่าสุดในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลกระทบต่อประชาชน ภาคการเกษตร และผู้ประกอบการ โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำในอำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา ขณะที่หอการค้าจังหวัดน่านประเมินความเสียหายเบื้องต้นทั้งจังหวัดราว 500 ล้านบาท พร้อมเตรียมเสนอรัฐบาล 6 มาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและผลักดันแนวทางแก้ปัญหาน้ำในระยะยาว

นางศศิวิมล บุญเทพ ประธานหอการค้าจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์อุทกภัยครั้งล่าสุดจะมีความรุนแรงไม่เท่ากับเหตุการณ์พายุวิภาเมื่อปี 2568 ซึ่งเคยสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เขตเศรษฐกิจเมืองน่านในระดับหมื่นล้านบาท แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะอำเภอปัวและอำเภอท่าวังผา

จากการประเมินเบื้องต้น หอการค้าจังหวัดน่านคาดว่ามูลค่าความเสียหายรวมทั้งจังหวัดอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท โดยกว่า 70% ของความเสียหายกระจุกตัวอยู่ใน 2 อำเภอหลัก ได้แก่ ปัวและท่าวังผา ครอบคลุมทั้งภาคครัวเรือน พื้นที่การเกษตร ตลอดจนผู้ประกอบการร้านค้าและรีสอร์ตที่อยู่ริมลำน้ำ

อย่างไรก็ตาม ลักษณะของอุทกภัยครั้งนี้เป็นน้ำหลากที่มาเร็วและลดระดับลงเร็ว จึงประเมินว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของจังหวัดในช่วงฤดูท่องเที่ยว (High Season) ที่กำลังจะมาถึงมากนัก เนื่องจากพื้นที่สามารถเร่งฟื้นฟูและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในระยะเวลาไม่นาน

นางศศิวิมลกล่าวว่า หอการค้าจังหวัดน่านเตรียมเสนอรัฐบาลพิจารณา 6 มาตรการเร่งด่วน เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ SMEs และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

1. อุดหนุนเบี้ยประกันภัยอุทกภัย ขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติในลักษณะ “คนละครึ่ง” เนื่องจากจังหวัดน่านเป็นพื้นที่ประสบภัยซ้ำซาก ส่งผลให้บริษัทประกันภัยบางแห่งปฏิเสธการรับประกัน หรือกำหนดเบี้ยประกันในอัตราที่สูงเกินกว่าที่ประชาชนและผู้ประกอบการจะรับภาระได้

2. เร่งปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) สำหรับผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย โดยต้องการให้มีวงเงินและเงื่อนไขที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำไปใช้ฟื้นฟูกิจการและที่อยู่อาศัยได้อย่างรวดเร็ว

3. เว้นหรือลดหย่อนภาษีท้องถิ่น เสนอให้พิจารณามาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับผู้ได้รับผลกระทบเป็นระยะเวลา 2-3 ปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนในช่วงการฟื้นฟู

4. จ่ายเงินเยียวยาภาคธุรกิจตามความเสียหายจริง โดยเสนอให้ภาครัฐจัดสรรเงินช่วยเหลือในรูปแบบเงินให้เปล่าแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยพิจารณาตามระดับความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือมีความเหมาะสมและตรงกับสภาพปัญหา

5. เยียวยาภาคเกษตรและปศุสัตว์ สนับสนุนเงินทุนสำหรับฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูก พืชผลทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยงที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว

6. ยกระดับจังหวัดน่านเป็น “เขตบริหารจัดการน้ำพิเศษ” ผลักดันการแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยให้มีการวางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการสร้างอ่างเก็บน้ำ การพัฒนาและบริหารจัดการแม่น้ำสาขา รวมถึงการก่อสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อช่วยกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนและนำมาใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง

ประธานหอการค้าจังหวัดน่านกล่าวว่า มาตรการทั้ง 6 ข้อไม่ได้มุ่งเพียงการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่ต้องการให้เกิดการวางระบบรองรับปัญหาอุทกภัยในอนาคต โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ของจังหวัดน่าน ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายต่อภาคประชาชน ภาคเกษตร และภาคธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ ภาคเอกชนพร้อมร่วมมือกับภาครัฐในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านสามารถกลับมาเดินหน้าได้ตามปกติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่จะมาถึง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง