รีเซต

‘คบค.’ เผย 32 จังหวัดไม่พบโควิด-19 นาน 28 วัน

‘คบค.’ เผย 32 จังหวัดไม่พบโควิด-19 นาน 28 วัน
มติชน
3 พฤษภาคม 2563 ( 13:43 )
121
‘คบค.’ เผย 32 จังหวัดไม่พบโควิด-19 นาน 28 วัน

‘คบค.’ เผย 32 จังหวัดไม่พบโควิด-19 นาน 28 วัน ประจวบคีรีขันธ์ สกลนคร และสุรินทร์ เลื่อนอันดับดีขึ้น

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงรายงานประจำวัน ว่า วันนี้เป็นวันแรกที่มีการเริ่มมาตราการผ่อนปรนในประเทศไทยหลังจากมีมาตรการเข้มกันมาเดือนกว่าๆ โดยวันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย รวม 2969 ราย หายป่วนแล้ว 2739 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในวันนี้ โดยผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้า อยู่ใน กทม. ทั้งคู่ และอีก 1 ราย อยู่ที่จังหวัดนราธิวาส อยู่ในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้

ส่วนเหตุที่มีกระแสข่าวว่าจะมีผู้ติดเชื้อจำนวน 30-40 คน โดยเหตุเกิดที่จังหวัดยะลา มีการใช้รถแอมบูแลนส์ขนย้ายผู้ป่วย ขอเรียนว่า ผู้บริหาร ศบค. ให้สอบข้อเท็จจริงพบว่า เบื้องต้นเป็นการค้นหาเชิงรุกใน 8 อำเภอของจังหวัดยะลา บางอำเภอพบผู้ติดเชื้อมากถึง 30.77% ซึ่งมากผิดปกติ จึงต้องนำผลตรงนี้มาวิเคราะห์ และได้ข้อสรุปว่า ทั้งผู้ปฏิบัติในพื้นที่ มาจนถึงกระทรวงสาธารณสุขให้มีการทวนข้อมูลนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะความถูกต้องต้องมาก่อน วันนี้จึงจะมีการเข้าไปเก็บตัวอย่างใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยกลุ่มคนเหล่านี้จะถูกแยก และกักอยู่ในพื้นที่ที่มีความมั่นใจ ก่อนจะทำการตรวจซ้ำในมาตรฐานที่เชื่อถือได้ อาจจะช้า แต่ผลออกมาจะได้แน่นอน เราจะพยายามเสนอข้อเท็จจริงด้วยความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อให้พี่น้องในพื้นที่ได้รับทราบข้อมูลตรงกัน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับกลุ่มจังหวัด มี 36 จังหวัด ในช่วง 28 วันที่ผ่านมาอยู่ในกลุ่มสีส้ม และ 32 จังหวัด อยู่ในกลุ่มสีเหลือง โดยไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อช่วง 28 วันที่ผ่านมา ซึ่งมีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สกลนคร และสุรินทร์ เลื่อนลำดับลงมาอยู่ตรงนี้ ทั้งนี้ ปัจจัยเลี่ยง สูงสุดยังเป็นการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้า รองลงมาคืออยู่ในศูนย์การกักคนเข้าเมือง ต่อมาคือ การค้นหาเชิงรุก และการไปในที่ชุมชน เช่น ตลาดนัด รวมไปถึงอาชีพเสี่ยง แสดงให้เห็นถึงชุดพฤติกรรมที่เราต้องเปลี่ยนหลังจากที่มีการคลายล็อก เพราะอาจเป็นเหตุให้การติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์โลกในรอบ 24 ชั่้วโมงที่ผ่านมา มียอดผู้ป่วยรวม 3,484,176 ราย อาการหนัก 50,585 ราย หายแล้ว 1,120,930 ราย เสียชีวิตรวม 244,778 ราย โดย 3 สำดับแรกของประเทศที่มีผู้ป่วยรายใหม่ คือ สหรัฐอเมริกา 29,322 ราย รัสเซีย 9,623 ราย และบลาซิล 4,898 ราย ขณะที่การเสียชีวิต สูงสุดยังเป็นสหรัฐอเมริกา 1668 ราย ตามมาด้วยอังกฤษ  621 ราย และอิตาลี 474 ราย

ส่วนประเทศในฝั่งเปอชียที่เราต้องเฝ้าดูคือ อินเดียที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 100 คน สิงคโปร์ ติดเชื้อเพิ่ม 447 คน ญี่ปุ่น 266 คน อินโนนีเซีย 292 ราย เกาหลีเพิ่ม 13 ราย ฟิลิปปินส์ 156 ราย และมาเลีเซีย 105 ราย ซึ่งทำให้ยังไม่น่าไว้ใจเพราะบางประเทศทรงๆ แต่บางประเทศกราฟยังเป็นขาขึ้นอยู่ ซึ่งองค์การอนามัยหรือ หรือ WHO เตือนทั่วโลกว่า ต้องคลายล็อกอย่างช้าๆ เตรียมรับโควิด-19 พุ่งอีกรอบหนึ่ง โดยจะต้องเฝ้าระวังถึงการติดเชื้อที่จะพุ่งขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะในการรับมือกับการแพร่กระจายของเชื้อในสถานที่ที่มีลักษณะจำเพาะ นอกจากนี้ยังต้องดำเนินการป้องกันบุคคลที่มีความเสี่ยงในสถานที่ต่างๆรวมถึงในสถานดูแลระยะยาว เช่น เรือนจำ และที่พักแรงงานต่างชาติ ทั้งยังต้องให้ชุมชนปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม และสุขอนามัยต่างๆ ต่อไป

สำหรับการช่วยเหลือคนไทยกลับประเทศ วันนี้ (3 พฤษภาคม) มี 3 เที่ยวบิน คือ สเปน 45 คน สิงคโปร์ 176 คน และรัสเซีย 70 คน รวมเรารับกลับมาแล้ว 3982 คน จาก 23 ประเทศ และมีคนไทยที่เดินทางเข้ามาทางจุดผ่านแดนทางบกอีกรวม 590 คน ลงทะเบียนไว้ 411 คน แต่เข้ามาจริง 328 คน และไม่ได้ลงทะเบียน 262 คน สำหรับการกระทำความผิด มีการชุมนุมมั่วสุมถึง 107 คน ออกนอกเคหะสถานรวม 554 คน โดยเพิ่มขึ้นมา 4 คน ซึ่งอันดับสูงสุดยังเป็นการเล่นพนัน ดื่มสุรา และเสพยาเสพติด ซึ่งพี่น้องคนไทยต้องช่วยเหลือกันในส่วนนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง