รีเซต

ทำความเข้าใจ “สิทธิในร่างกายของเด็ก” ที่พ่อแม่ควรรู้ พฤติกรรมแบบไหน ที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่รู้ตัว

ทำความเข้าใจ “สิทธิในร่างกายของเด็ก” ที่พ่อแม่ควรรู้ พฤติกรรมแบบไหน ที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่รู้ตัว
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 12:10 )
14

“สิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเด็ก” เป็นแนวคิดที่มีความสำคัญมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะในมุมมองทางการแพทย์และพัฒนาการเด็ก ซึ่งอธิบายว่า สิทธิดังกล่าวคือมาตรฐานทางสังคมที่กำหนดให้เด็กสามารถตัดสินใจได้ว่า จะอนุญาตให้ใครมาสัมผัสร่างกายของตนเองได้บ้าง ในลักษณะใด หรือในช่วงเวลาใด รวมถึงมีสิทธิ์ปฏิเสธเมื่อรู้สึกไม่สบายใจ


ในด้านพัฒนาการ เด็กส่วนใหญ่สามารถเริ่มเรียนรู้เรื่อง “การอนุญาต” และ “การปฏิเสธ” ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มเข้าใจและใช้คำว่า “ไม่” และ “ได้” ได้แล้ว การสอนเรื่องนี้ตั้งแต่เล็กจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เด็กเข้าใจ “ขอบเขตระหว่างบุคคล (boundary)” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดูแลและปกป้องความปลอดภัยของร่างกายตนเอง


การถูกบังคับให้กอด หอม หรือสัมผัสร่างกายโดยไม่ได้รับความยินยอม อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กในระยะยาวได้ แม้ว่าระดับผลกระทบจะขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ ในชีวิตของเด็กด้วยก็ตาม แต่หากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจทำให้เด็กเกิดความเชื่อในเชิงลบ เช่น มองว่าพ่อแม่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ หรือรู้สึกว่าการเข้าสังคมเป็นเรื่องอันตราย ซึ่งอาจส่งผลต่อความไว้วางใจและความมั่นใจในการเข้าสังคมในอนาคต


ในแง่ของความเสี่ยง เด็กหรือผู้ใหญ่ที่มีบุคลิกภาพแบบยอมคน (submissive) อาจมีแนวโน้มถูกเอาเปรียบหรือถูกรังแกได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ความเข้มแข็งของครอบครัว ทักษะชีวิต และสภาพแวดล้อมทางสังคม


พฤติกรรมบางอย่างของผู้ใหญ่ที่อาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กโดยไม่รู้ตัว ได้แก่ การแหย่หรือแกล้งเด็ก รวมถึงการกอดหรือหอมโดยใช้กำลัง แม้เด็กจะแสดงความไม่พอใจหรือขอให้หยุดก็ตาม

หากเด็กไม่ต้องการไหว้หรือไม่อยากให้ญาติหอม พ่อแม่ควรอธิบายให้ญาติเข้าใจถึงความไม่พร้อมของเด็ก และสามารถส่งเสริมให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบอื่น เช่น การโบกมือ การแตะมือ หรือให้เวลาเด็กได้คุ้นเคยก่อน สำหรับการบอกเด็กว่า “ไปกอดคุณลุงสิ” นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของการสื่อสาร หากเป็นการชวนหรือเสนอทางเลือก เด็กยังคงมีสิทธิ์ตัดสินใจ แต่หากเป็นการบังคับ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กได้


ในเรื่องของมารยาทและสิทธิในร่างกาย พ่อแม่สามารถสร้างสมดุลได้โดยสอนให้เด็กมีทางเลือกในการแสดงความเคารพหรือความรัก เช่น การไหว้ การยิ้ม หรือการกล่าวทักทาย ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการสัมผัสร่างกายเสมอไป


การสอนเรื่อง “พื้นที่ส่วนตัว” ควรเริ่มจากการให้เด็กเรียกชื่ออวัยวะของตนเองได้อย่างถูกต้อง และอธิบายว่าส่วนใดเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ควรให้ผู้อื่นดูหรือสัมผัส โดยทั่วไปมักอ้างอิงตามหลัก The Underwear Rule คือส่วนที่อยู่ใต้ชุดชั้นใน อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อยกเว้น เช่น การตรวจรักษาโดยแพทย์หรือการดูแลโดยผู้ปกครอง ซึ่งต้องมีการอธิบายเหตุผลและขออนุญาตก่อนเสมอ


นอกจากนี้ ยังสามารถสอนให้เด็กปฏิเสธอย่างเหมาะสม โดยให้เด็กพูดคำว่า “ไม่” ด้วยสีหน้าจริงจัง น้ำเสียงหนักแน่น และหลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบคาย


ผู้ปกครองควรสังเกตสัญญาณที่อาจบ่งบอกว่าเด็กถูกทำร้ายหรือถูกล่วงละเมิด เช่น การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือพฤติกรรมอย่างชัดเจนโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว ความกลัวต่อบุคคลหรือสถานที่บางแห่งรวมถึงการบาดเจ็บที่ไม่สมเหตุสมผล การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หรือพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม หากมีข้อสงสัย ควรพาเด็กไปตรวจประเมินที่โรงพยาบาล หรือขอคำปรึกษาจากศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร 1300


ในบางกรณี เช่น การรักษาพยาบาล เด็กอาจจำเป็นต้องถูกสัมผัสร่างกายโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยตรง พ่อแม่ควรอธิบายเหตุผลและความจำเป็นให้เด็กเข้าใจ พร้อมทั้งสร้างความมั่นใจว่าเป็นการกระทำเพื่อความปลอดภัย และจะมีผู้ปกครองคอยอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด

แนวคิดเรื่อง Body Autonomy หรือสิทธิในร่างกายของตนเอง มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการด้านความมั่นใจและความสัมพันธ์ในอนาคต เด็กที่ตระหนักว่าตนเองมีสิทธิ์ปกป้องร่างกาย จะมีความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย (sense of security) ซึ่งส่งผลต่อการมองโลก ความไว้วางใจผู้อื่น และความสามารถในการปรับตัวทางสังคม


อย่างไรก็ตาม ในบริบทของสังคมไทย ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่ไม่น้อย เช่น การมองว่าการแหย่หรือแกล้งเด็กเป็นเรื่องสนุก หรือมองว่าเด็กที่พยายามปกป้องสิทธิในร่างกายของตนเองเป็นเด็กไม่น่ารัก ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และการเอาใจเขามาใส่ใจเรา


การเคารพสิทธิในร่างกายของเด็ก ไม่เพียงเป็นเรื่องของมารยาททางสังคม แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความปลอดภัย ความมั่นใจ และความสัมพันธ์ที่ดีของเด็กในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง