แนวคิดอยู่กับธรรมชาติ ใน “แอฟริกา” ถูกจับตาเป็นการรับมือน้ำท่วมโลก

เมืองต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกากำลังเผชิญปัญหาน้ำท่วมและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น แต่แทนที่จะพึ่งพาโครงสร้างคอนกรีตเพียงอย่างเดียว หลายเมืองเริ่มหันมาใช้ “ธรรมชาติ” เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันภัยพิบัติ เช่น การปลูกต้นไม้ การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และการสร้างพื้นที่สีเขียวในเมือง
รายงานจาก World Resources Institute ระบุว่า เมืองในแอฟริกาตั้งแต่กรุงกินชาซาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ไปจนถึงเมืองอื่น ๆ กำลังนำแนวคิด “การใช้ธรรมชาติช่วยป้องกันน้ำท่วม” มาใช้มากขึ้น เพราะการขยายตัวของเมืองทำให้พื้นที่สีเขียวลดลง ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันและเกิดน้ำท่วมรุนแรงง่ายขึ้น แนวทางที่ใช้เรียกว่า “แนวทางแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติ” เช่น การสร้างสวนสาธารณะ พื้นที่ชุ่มน้ำ และป่ากลางเมือง เพื่อช่วยดูดซับน้ำฝน ลดความร้อน และชะลอน้ำท่วม แทนการพึ่งพาเขื่อนหรือคอนกรีตเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างหนึ่งคือเมืองแอดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย ที่สร้าง “แนวสีเขียว” ตามถนนและแม่น้ำ ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดมลพิษ และช่วยระบายน้ำได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีการปลูกต้นไม้พื้นถิ่นและปรับปรุงทางเดินเท้าให้เหมาะกับสภาพเมืองมากขึ้น
อีกตัวอย่างคือกรุงคิกาลี ประเทศรวันดา ที่ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำให้กลับมาทำหน้าที่ดูดซับน้ำฝน ลดน้ำท่วม และยังช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงสร้างงานให้คนในพื้นที่ด้วย
ขณะเดียวกัน เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ กำลังจัดการปัญหาพืชต่างถิ่นที่รุกล้ำริมแม่น้ำ ซึ่งทำให้ดินพังทลายและเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม โดยมีการนำพืชพื้นถิ่นกลับมาปลูกเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงของตลิ่ง
ส่วนเมืองดิเรดาวาในเอธิโอเปีย ก็ใช้การปลูกต้นไม้ในพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อชะลอน้ำไหลลงเมือง ลดความรุนแรงของน้ำท่วมฉับพลัน และช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศโดยรอบ
รายงานชี้ว่า เมืองในแอฟริกากำลังเปลี่ยนแนวคิดการจัดการน้ำท่วมจาก “สู้กับธรรมชาติด้วยคอนกรีต” มาเป็น “ทำงานร่วมกับธรรมชาติ” ผ่านการปลูกต้นไม้ ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งช่วยลดน้ำท่วม ลดความร้อน และทำให้เมืองรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้นในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
