รีเซต

ยุโรปป่วน! แฮ็กเกอร์เจาะระบบตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต อุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ

ยุโรปป่วน! แฮ็กเกอร์เจาะระบบตู้แช่ซูเปอร์มาร์เก็ต อุณหภูมิพุ่ง 50 องศาฯ
TNN ช่อง16
3 พฤศจิกายน 2569 ( 10:51 )
11

วันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าปลีกหลายแห่งในยุโรปเผชิญเหตุสงสัยถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ หลังระบบควบคุมตู้เย็นและตู้แช่แข็งถูกเปลี่ยนการตั้งค่าอุณหภูมิ บางแห่งสูงถึง 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อาหารสด เนื้อสัตว์ และอาหารแช่แข็งเสียหายจำนวนมาก

สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อร้านค้าในหลายประเทศ ได้แก่ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก สวีเดน และไอร์แลนด์ รวมถึงมีรายงานจากเอสโตเนีย โดยมีเครือข่ายค้าปลีกรายใหญ่ได้รับผลกระทบ เช่น Carrefour, Delhaize, ICA, Coop และ IKEA

ในประเทศเบลเยียม ห้าง Carrefour ยืนยันว่ามีร้านค้าได้รับผลกระทบ 15 แห่ง ขณะที่ Delhaize พบปัญหาในร้านค้าหลายสิบแห่ง ส่วนไอร์แลนด์มีรายงานจากซูเปอร์มาร์เก็ต SuperValu จำนวน 13 แห่ง ซึ่งต้องนำอาหารแช่เย็นและแช่แข็งออกจากการจำหน่ายเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ร้าน ICA Kvantum ในเมืองเชอบู (Sjöbo) ประเทศสวีเดน พบว่าอุณหภูมิตู้แช่ถูกปรับสูงถึง 50 องศาเซลเซียสในช่วงกลางคืน ทำให้อาหารเสียหายและต้องเร่งกำจัดสินค้า โดยขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวผู้ก่อเหตุหรือข้อสรุปว่าการโจมตีในแต่ละประเทศเกี่ยวข้องกันหรือไม่


แฮ็กเกอร์โจมตีตู้แช่ได้อย่างไร?

ประเด็นสำคัญของเหตุการณ์ครั้งนี้คือระบบทำความเย็นของซูเปอร์มาร์เก็ตสมัยใหม่จำนวนมากเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบอุณหภูมิ ควบคุมการทำงาน และแก้ไขปัญหาจากระยะไกลได้ แม้จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความสะดวกในการบริหารจัดการ แต่หากระบบควบคุมมีช่องโหว่หรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็อาจกลายเป็นช่องทางให้ผู้โจมตีเปลี่ยนการตั้งค่าอุปกรณ์ได้

รายงานจากรอยเตอร์ระบุว่า บริษัทซับโคเบล (Sabcobel) ผู้ดูแลระบบทำความเย็นให้ร้านค้าบางแห่งในเบลเยียม พบว่าระบบถูกเปลี่ยนเข้าสู่โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost Mode) ซึ่งตามปกติใช้ละลายน้ำแข็งที่สะสมภายในเครื่องทำความเย็น แต่หากถูกเปิดใช้งานผิดเวลา หรือทำงานต่อเนื่องนานเกินไป อุณหภูมิภายในตู้แช่อาจเพิ่มสูงขึ้นจนไม่สามารถรักษาคุณภาพอาหารได้

เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บางส่วนมาจากบริษัทแดนฟอสส์ (Danfoss) ผู้ผลิตอุปกรณ์อุตสาหกรรมจากเดนมาร์ก ซึ่งระบุว่ากำลังช่วยลูกค้าแก้ไขปัญหา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เตือนว่า อุปกรณ์ควบคุมในโรงงาน อาคาร และร้านค้าที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจำเป็นต้องได้รับการอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายกันในฝรั่งเศส

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในประเทศฝรั่งเศสเมื่อเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งสำนักงานอัยการกรุงปารีสระบุว่ามีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 700 ราย โดยแฮ็กเกอร์เข้าควบคุมระบบทำความเย็นจากระยะไกล เปลี่ยนการตั้งค่าอุณหภูมิ และขัดขวางระบบแจ้งเตือน ส่งผลให้อาหารจำนวนมากเสียหาย และมีรายงานเหตุเพลิงไหม้บางแห่ง

จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันตัวผู้ก่อเหตุหรือแรงจูงใจที่แท้จริง และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการโจมตีในหลายประเทศเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮ็กเกอร์เดียวกันหรือไม่ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าภัยไซเบอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการโจรกรรมข้อมูลหรือเงินดิจิทัลเท่านั้น เพราะระบบควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสามารถถูกใช้เป็นช่องทางสร้างความเสียหายต่อสินค้า ธุรกิจ และห่วงโซ่อุปทานอาหารได้โดยตรง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง