จับตา “คมนาคม” เร่งเครื่องมอเตอร์เวย์ M6-M82 ตั้งเป้าเปิดใช้รับปีใหม่

กระทรวงคมนาคมสั่งกรมทางหลวงเร่งเครื่องงานโยธา มอเตอร์เวย์สาย M6 และ M82 ให้ทันกำหนดเปิดใช้เป็นของขวัญปีใหม่ 2570 พร้อมกางแผนระดมทุนผ่านกองทุน TFFIF ก่อสร้างสายใต้ และเตรียมผุดโครงการ MR-MAP เส้นทางแรก แก้ปัญหาน้ำท่วม-ขนส่งสินค้าเกษตรแบบครบวงจร
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงนโยบายการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานภายหลังการประชุมร่วมกับกรมทางหลวง (ทล.) โดยระบุถึงมาตรการเร่งรัดโครงการก่อสร้างที่ค้างคาให้แล้วเสร็จตามกำหนด เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะถึงนี้
เร่งงานโยธา M6 - M82 และแผนประมูล PPP
ประเด็นหลักที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญคือ การเร่งรัดโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (Motorway) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่:
- M6 (บางปะอิน - นครราชสีมา): เร่งงานส่วนที่เหลือเพื่อเปิดทดลองใช้งานให้เร็วที่สุด
- M82 (สายทางยกระดับบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว): ตั้งเป้าเปิดใช้งานโยธาภายในวันที่ 1 มกราคม 2570
นอกจากนี้ ยังสั่งการให้เดินหน้าประมูลคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (PPP) ในโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ทั้งงานระบบของ M82, ส่วนต่อขยาย M5 (รังสิต - บางปะอิน), M9 (วงแหวนตะวันตก) รวมถึงโครงการที่พักริมทาง (Rest Area) ของสาย M6 และ M81
แก้กฎหมายระดมทุน สร้างมอเตอร์เวย์สายใต้
สำหรับโครงการมอเตอร์เวย์สายใต้เส้นแรก M8 (นครปฐม - ปากท่อ) รมว.คมนาคม เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการ โดยมีแผนระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF)
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. กำหนดค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงและสะพาน พ.ศ. 2497 เพื่อให้สามารถนำรายได้จากสาย M7 และ M9 มาใช้เป็นฐานในการระดมทุนได้ คาดว่ากระบวนการแก้ไขกฎหมายจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2569-2570 ซึ่งจะสอดรับกับแผนการก่อสร้าง M8 ช่วงที่ 2 (ตลาดจินดา - ปากท่อ) พอดี
MR1: ถนนผสมผสาน "เจ้าพระยาเส้นที่ 2"
โครงการที่น่าสนใจอีกประการคือการเดินหน้า MR-MAP สายแรก (MR1 นครปฐม - นครสวรรค์ - สมุทรสาคร) ระยะทาง 224 กม. ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบ โดยโครงการนี้จะไม่ได้เป็นเพียงทางหลวงธรรมดา แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานแบบผสมผสาน ประกอบด้วย:
1.มอเตอร์เวย์และระบบราง เพื่อการขนส่งที่รวดเร็ว
2.คลองระบายน้ำขนานแม่น้ำเจ้าพระยา เปรียบเสมือน "เจ้าพระยาเส้นที่ 2" ตั้งแต่ปากน้ำโพผ่านนครปฐมออกสู่อ่าวไทย
โครงการ MR1 นี้ถูกวางตัวให้เป็นทางออกในการแก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรและวัสดุก่อสร้างทางเรือจากภาคกลางมุ่งหน้าสู่ท่าเรือแหลมฉบังได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับการแก้ไขความแออัดในพื้นที่ภาคใต้ กรมทางหลวงได้รับมอบหมายให้เร่งพัฒนาขยายทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) และหมายเลข 41 ช่วงประจวบคีรีขันธ์ ถึง สงขลา รวมระยะทาง 732 กม. เพื่อรองรับปริมาณจราจรที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
