ชาวนาบุรีรัมย์เข่าอ่อน ปุ๋ยกองทุนประชารัฐ 6 กระสอบ หายลึกลับ ซ้ำเติมปัญหาภัยแล้ง

ชาวนาบุรีรัมย์เข่าอ่อน ปุ๋ยกองทุนประชารัฐ 6 กระสอบ หายลึกลับ ซ้ำเติมปัญหาภัยแล้ง
มติชน
12 กันยายน 2563 ( 09:34 )
112
ชาวนาบุรีรัมย์เข่าอ่อน ปุ๋ยกองทุนประชารัฐ 6 กระสอบ หายลึกลับ ซ้ำเติมปัญหาภัยแล้ง

ชาวนาบุรีรัมย์เข่าอ่อน ปุ๋ยกองทุนประชารัฐ 6 กระสอบ หายลึกลับ ซ้ำเติมปัญหาภัยแล้ง

 

เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา นายบุญโฮม วงศ์ตรี อายุ 63 ปี อยู่บ้านเขที่ 48 หมู่ที่ 3 บ้านดงยายเภา ต.นิคม อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.ธนดร ภักษารัมย์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก ว่า มีคนร้ายเข้าไปขโมยปุ๋ยเคมีที่เตรียมเอาไว้หว่านนาข้าว ที่กระท่อมนา ด้านทิศตะวันตกบ้านดงยายเภา ห่างจากบ้านประมาณ 2 กิโลเมตร อยากให้ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี

 

จุดที่เก็บปุ๋ยดังกล่าวเป็นกระท่อมไม้ชั้นเดียว หลังคามุงด้วยสังกะสี มีห้องสำหรับเก็บอุปกรณ์เครื่องครัว และเครื่องมือการเกษตร กุลแจที่ล็อกประตูที่เก็บของถูกตัดออก แล้วเอากุลแจคล้องไว้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และพบว่าปุ๋ยเคมีน้ำหนักกระสอบละ 50 กก.หายไปจำนวน 5 กระสอบ เหลือไว้ 1 กระสอบ

 

นายบุญโฮม เจ้าของปุ๋ย กล่าวว่า ปกติตนจะเอาปุ๋ยและเครื่องมือการเกษตรที่ราคาไม่แพง มาเก็บไว้ แล้วล็อกกุลแจไว้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีอะไรหายมาก่อน เนื่องจากกระท่อมนาไม่ไกลจากบ้าน

 

ช่วงเช้าได้มาที่กระท่อมนา เห็นประตูปิดปกติ แต่เมื่อดูใกล้ๆกลับพบว่ากุญแจที่คล้อยไว้ถูกตัดออก จึงรีบเปิดเข้าไปดูภายในห้องพบว่าปุ๋ยจำนวน 5 กระสอบที่ซื้อมาเตรียมไว้หว่านใส่นาข้าวเพราะรอฝนตก จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามคนร้าย

นายบุญโฮม กล่าวว่า ตนมีที่ดินอยู่ 13 ไร่ ก่อนหน้านี้เคยปลูกอ้อยมาก่อน เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา หลังจากอ้อยหมดรุ่น จึงหันมาทำนา แต่ก็มาประสบปัญหาภัยแล้งติดต่อกันถึง 2 ปีซ้อน

ปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 3 ของการทำนา มีความหวังมากเพราะฝนส่อเค้าจะดี จึงเริ่มหว่านตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ฝนไม่มา ต้องหว่านอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ไม่มีฝนตกลงมาอีก รอบนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่มีฝนตกลงมาให้ข้าวงอกออกมาได้

จึงไปขอเชื่อปุ๋ยจากกองทุนประชารัฐของหมู่บ้าน มา 7 กระสอบๆ ละ 750 บาท คิดเป็นเงิน 5,250 บาท โดยหว่านตอนหว่านข้าวครั้งแรกไป 1 กระสอบ เหลือ 6 กระสอบ กะว่าจะหว่านอีกหากมีฝนตกลงมาแล้วมีน้ำขังในนาข้าว ไม่คิดว่าจะมีคนมาขโมยปุ๋ยไป ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่า ถ้าฝนตกลงมาจะทำอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ได้ยืมเงินจาก เงินกองทุนประชารัฐหมู่บ้าน จำนวน 1 หมื่นบาท จึงอยากจะให้ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ขณะนางแก้ว วงศ์ศรี ภรรยานายโฮม เล่าว่า ปุ๋ยที่หายไปถ้าคิดเป็นเงินประมาณ 3,750 บาท แต่ถ้าเอามาบวกกับ ค่าจ้างไถไร่ละ 300 บาท ซึ่งต้องจ้างไถถึง 3 ครั้งเพราะข้าวไม่งอก เสียค่าไถไปแล้วกว่า 11,700 บาท ยอมรับว่าหนักหนาสาหัสสำหรับคนจน

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบเก็บหลักฐาน เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี คาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นในหมู่บ้านหรือวัยรุ่นพื้นที่ใกล้เคียง ที่ออกตระเวนลักทรัพย์ของชาวบ้าน