"Starbucks" คืนฟอร์ม-พลิกเกม ยอดขายฟื้นทั่วโลก

Starbucks เชนร้านกาแฟรายใหญ่ของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจ หลังเดินหน้าปรับกลยุทธ์ทั้งด้านบริการและโครงสร้างร้านต่อเนื่อง
บริษัทเปิดเผยว่า ยอดขายสาขาเดิมทั่วโลกในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ร้อยละ 4 โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดหลัก ยอดขายพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 7
ปัจจัยสำคัญมาจากการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า Starbucks เพิ่มจำนวนพนักงานในช่วงเวลาที่มีลูกค้าหนาแน่น พร้อมนำเทคโนโลยีมาช่วยจัดลำดับคำสั่งซื้อทั้งในร้านและผ่านแอปพลิเคชัน ทำให้การให้บริการรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นสร้างบรรยากาศร้านให้มีความอบอุ่นและเป็นมิตรในสไตล์คาเฟ่มากขึ้น เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้เวลาในร้าน และกลับมาใช้บริการซ้ำ
ด้านโครงสร้างองค์กร Starbucks เดินหน้าลดต้นทุนอย่างจริงจัง โดยปิดสาขาหลายร้อยแห่งในสหรัฐฯ แคนาดา และยุโรป รวมถึงปรับลดพนักงานในส่วนที่ไม่ใช่หน้าร้านอย่างน้อย 2,000 ตำแหน่ง เพื่อนำทรัพยากรกลับมาลงทุนในแผนฟื้นฟูธุรกิจ
Brian Niccol ประธานและซีอีโอของบริษัท ระบุว่า ไตรมาสนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแผนพลิกฟื้นธุรกิจ โดยลูกค้าเริ่มกลับมาใช้บริการมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้านรายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 แตะ 9,500 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่กำไรต่อหุ้นหลังปรับรายการพิเศษอยู่ที่ 50 เซนต์ สูงกว่าคาดการณ์เช่นกัน
ผลประกอบการครั้งนี้สะท้อนว่า Starbucks กำลังเดินมาถูกทางในการปรับกลยุทธ์ โดยใช้คุณภาพบริการ + ประสบการณ์ลูกค้า เป็นหัวใจในการดึงทราฟฟิกกลับเข้าสู่ร้าน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาว่า โมเมนตัมการฟื้นตัวนี้จะสามารถรักษาได้ในระยะยาวหรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน