‘ททท.’ รับเสียงอ่อน กำหนดเปิด 5 จังหวัดให้ต่างชาติเที่ยว 1 ต.ค.นี้ จ่อเลื่อนเป็น 1 พ.ย.นี้แทน

‘ททท.’ รับเสียงอ่อน กำหนดเปิด 5 จังหวัดให้ต่างชาติเที่ยว 1 ต.ค.นี้ จ่อเลื่อนเป็น 1 พ.ย.นี้แทน
มติชน
22 กันยายน 2564 ( 07:22 )
9
‘ททท.’ รับเสียงอ่อน กำหนดเปิด 5 จังหวัดให้ต่างชาติเที่ยว 1 ต.ค.นี้ จ่อเลื่อนเป็น 1 พ.ย.นี้แทน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าแผนระยะที่ 2 ในการเปิดพื้นที่อีก 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) ชลบุรี (พัทยา .บางละมุง .สัตหีบ) เชียงใหม่ (.เมือง.แม่แตง .แม่ริม .ดอยเต่า) เพชรบุรี (ชะอำ) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งกำหนดเปิดในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี เชียงใหม่ เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ส่วนกรุงเทพฯ เบื้องต้นกำหนดเปิดไว้เป็นวันที่ 15 ตุลาคมนี้ โดยหลังจากการประชุมร่วมกับคณะทำงานเพื่อกลั่นกรองแผนดำเนินการเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว เพื่อนำบทสรุปเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก ศบค. หรือ ศบค.ชุดเล็ก) ในวันนี้ (22 กันยายน) ซึ่งเบื้องต้นมีแนวโน้มว่าการเปิดทั้ง 5 จังหวัด อาจต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 แทน เพื่อให้ทุกพื้นที่ระดมฉีดวัคซีนให้ได้ครบโดสเป็นสัดส่วน70% ก่อน รวมถึงขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในประเทศยังไม่แน่นอน คณะทำงานจากกระทรวงสาธารณสุขจึงเห็นควรให้เลื่อนกำหนดการอย่างน้อย 1 เดือน จากกำหนดเดิม

 

 

เงื่อนไขหลักในการประเมินความพร้อมของพื้นที่ที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขึ้นอยู่กับความพร้อมใน 1.วัคซีนครบโดสอย่างน้อย 70% ของประชากรในพื้นที่ 2.มีแผนเผชิญเหตุ ที่สอดคล้องกับขีดความสามารถด้านสาธารณสุขในพื้นที่ และ 3.ได้รับความยินยอมจากภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้เปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้พบว่าเงื่อนไขหลักอย่างการที่ประชาชนในพื้นที่ต้องได้รับวัคซีนครบโดสไม่ต่ำกว่า 70% นั้น ได้รับรายงานว่า มี 2 พื้นที่ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ (.เมือง .แม่แตง .แม่ริม .ดอยเต่า) และเพชรบุรี (ชะอำ) ที่ฉีดวัคซีนครบ 70% ตามเงื่อนไขหลักแล้ว ส่วนอีก 3 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี (พัทยา .บางละมุง .สัตหีบ) และประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) ยังพบว่ามีการฉีดวัคซีนให้คนในพื้นที่ไม่ถึง 70% ทำให้การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 และ 15 ตุลาคมนี้ อาจไม่ทันตามที่กำหนดไว้ใน 3 พื้นที่ แต่มองว่าคงไม่เป็นไร เพราะต้องเอาที่คนไทยปลอดภัยไว้ก่อนเป็นหลัก

 

 

แผนการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ททท.ยังยืนยันในการเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งแต่ละพื้นที่ไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ขอแค่ได้รับการจัดสรรควัคซีนได้เร็วที่สุด เพื่อฉีดให้กับคนในพื้นที่ให้ได้อย่างน้อย 70% ตามเงื่อนไขหลักในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นเงื่อนไขข้อแรกที่เป็นตัวตัดสินว่า พื้นที่นั้นๆ จะสามารถเปิดได้หรือไม่ได้ทำให้เมื่อใดที่พื้นที่ที่กำหนดไว้ ได้รับวัคซีนครบ 70% แล้วก็จะสามารถเปิดได้ทันที ส่วนข้อมูลของแต่ละพื้นที่ ว่าได้รับวัคซีนเพิ่มมากขึ้นเท่าใด และมีความพร้อมเพิ่มขึ้นอย่างไรนั้น เนื่องจากข้อมูลจำนวนผู้ได้รับวัคซีนในแต่ละพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน จึงต้องต้องเช็กข้อมูลใหม่อีกครั้ง เพื่ออัพเดตข้อมูลมากที่สุด แต่ไทม์ไลน์การเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ททท.ยืนยันว่ายังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามแผนที่จัดทำไว้ โดยการเลื่อนเปิดทั้ง 5 จังหวัดนั้นททท.ไม่มีความกังวลในการเลื่อนครั้งนี้ เพราะเป็นการดีกว่าหากทุกพื้นที่มีอัตราการฉีดวัคซีนที่พร้อมมากกว่านี้ เท่าที่มีการตรวจสอบยังมีอีกหลายแห่งที่รอการจัดสรรวัคซีนอีกจำนวนมาก ประกอบกับในช่วงเดือนตุลาคมนี้ จะมีโปรแกรมกระตุ้นส่งเสริมตลาดในประเทศอย่างเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และทัวร์เที่ยวไทยออกมาอยู่แล้ว จึงน่าจะเป็นการช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการได้ระดับหนึ่งนายยุทธศักดิ์ กล่าว

 

 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ถัดไปจะเป็นระยะที่ 3 ซึ่งกำหนดว่าจะเริ่มในวันที่ 15 ตุลาคม 2564 จากแผนล่าสุดจะเป็นการเปิดเพิ่มอีก 25 จังหวัด แบ่งเป็นภาคเหนือ ได้แก่ ลำพูน แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย สุโขทัย ภาคอีสาน อุดรธานีหนองคาย บึงกาฬ อุบลราชธานี เลย (เชียงคาน) ขอนแก่น นครราชสีมา ภาคตะวันตก ประกอบด้วย กาญจนบุรีราชบุรี ภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด ภาคกลาง อยุธยา ภาคใต้ นครศรีธรรมราช ระนอง ตรัง สตูลสงขลา พัทลุง โดยการดำเนินทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้ความพร้อมของ ผู้ว่าราชการประจำจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.) หลายคนในพื้นที่เห็นชอบด้วย ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญที่สุด ส่วนระยะที่ 4 กำหนดในวันที่ 1-15 มกราคม 2565 เป็นการเปิดพื้นที่จังหวัดติดชายแดนเพื่อนบ้าน ท่องเที่ยวระหว่างกัน ในรูปแบบการจับคู่ท่องเที่ยวระหว่างกัน (แทรเวลบับเบิ้ล) ได้แก่ 1.กัมพูชา เชื่อมกับจังหวัดสุรินทร์ (ช่องจอม) สระแก้ว (อรัญประเทศ) ตราด (เกาะกง) 2.พม่า เชื่อมกับจังหวัดเชียงราย (ท่าขี้เหล็ก) ตาก (แม่สอด) ระนอง (เกาะสอง) 3.ลาว เชื่อมกับจังหวัดนครพนม หนองคาย มุกดาหารและ 4.มาเลเซีย เชื่อมกับจังหวัดยะลา (เบตง) นราธิวาส (สุไหงโกลก) สงขลา (ด่านนอก ปาดังเบซาร์) สตูล (วังประจัน)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง