กทม.เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 10-13 โยงตลาดสมุทรสาคร มีทั้ง ขรก.และผู้ค้า

กทม.เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 10-13 โยงตลาดสมุทรสาคร มีทั้ง ขรก.และผู้ค้า
มติชน
25 ธันวาคม 2563 ( 20:17 )
20
กทม.เปิดไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายที่ 10-13 โยงตลาดสมุทรสาคร มีทั้ง ขรก.และผู้ค้า

วันนี้ (25 ธันวาคม 2563) พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) กรุงเทพมหานคร (ศบค.กทม.) เป็นประธานการประชุม ศบค.กทม. ครั้งที่ 104/2563 ที่ศาลาว่าการ กทม. (เสาชิงช้า) โดยมี นพ.เมธิพจน์ ชาตะเมธีกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย และคณะผู้บริหาร กทม. เข้าร่วม

 

 

ทั้งนี้ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษก กทม. แถลงภายหลังการประชุมว่า วันนี้มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 รายใหม่เพิ่มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 6 ราย รวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 40 ราย โดย กทม.ได้สอบสวนโรคแล้วเสร็จ จำนวน 9 ราย

 

“ซึ่งในจำนวน 9 รายนี้ เป็นผู้ป่วยที่เป็นคนกรุงเทพฯ 7 ราย และผู้ป่วยต่างจังหวัดที่เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ 2 ราย และ กทม.ได้แถลงไทม์ไลน์ไปแล้ว คงเหลือผู้ป่วยที่รอการแถลงไทม์ไลน์ อีกจำนวน 31 ราย วันนี้ กทม. โดยสำนักอนามัยได้สอบสวนโรคแล้วเสร็จเพิ่มอีก จำนวน 4 ราย โดยทั้ง 4 ราย เชื่อมโยงกับ จ.สมุทรสาคร ทั้งสิ้น” โฆษก กทม.กล่าว

 

ทั้งนี้ ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า นับต่อจากเดิมที่ได้เปิดเผยไทม์ไลน์ไปแล้ว ผู้ป่วยรายที่ 10 เป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เขตดุสิต ผู้ป่วยรายที่ 11 เป็นผู้ขายของในตลาดย่านลาดพร้าว ผู้ป่วยรายที่ 12 ได้เดินทางไปซื้อสินค้าที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร เพื่อนำส่งร้านอาหารย่านลาดพร้าว ผู้ป่วยรายที่ 13 เป็นผู้เดินทางไปร้านขายกุ้งใน จ.สมุทรสาคร

 

“ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่ผู้ป่วยทั้ง 4 ราย เดินทางไปนั้น อยู่ระหว่างการขออนุญาตเจ้าของสถานที่เพื่อเปิดเผยชื่อสถานที่ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว กทม.จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยเร็ว อย่างไรก็ดี กทม.ต้องขออภัยประชาชนด้วยที่เปิดเผยไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อล่าช้า ทั้งนี้ เนื่องจาก กทม.ต้องสอบสวนโรคและตรวจสอบในขั้นตอนต่างๆ ให้มีความถูกต้องชัดเจนมากที่สุด” ร.ต.อ.พงศกร กล่าว

 

นอกจากนี้ โฆษก กทม.กล่าวว่า กทม.ยังได้ตรวจเชิงรุกเพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อ โดยช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ท.โสภณ ได้ตรวจเยี่ยมการตรวจการคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มสัมผัสเสี่ยง ณ โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ซึ่งปัจจุบันได้ Swab พนักงานกลุ่มเสี่ยงในโรงงานดังกล่าวไปแล้วประมาณร้อยละ 50 ซึ่งกทม.จะพยายามเร่งดำเนินการเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาเชื้อให้ได้มากที่สุด

 

“สำหรับในส่วนของตลาดซึ่งแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 การคัดกรอง กทม.ได้กำชับสำนักงานเขตลงพื้นที่สำรวจตลาดและใช้ระบบ BKK Covid-19 ประเมินความเสี่ยง ซึ่งแบ่งเป็น 3 อย่าง คือ การประเมินความเสี่ยงในประวัติการเดินทาง การประเมินความเสี่ยงจากการสัมผัสบุคคลที่ติดเชื้อโควิด-19 ประเมินความเสี่ยงโดยการสังเกตอาการ ซึ่งปัจจุบันทุกสำนักงานเขตได้สำรวจตลาดและความเสี่ยงครบทุกตลาดในกรุงเทพฯ แล้ว โดยยังไม่พบผู้ใดที่มีความเสี่ยง ประเภทที่ 2 การทำ Sentinel Surveillance หรือการสุ่มตรวจ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 222 ราย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนการค้นหาผู้ติดเชื้อด้วยการทำ Active Case Finding ส่วนใหญ่พบผู้ติดเชื้อในโรงงาน ซึ่ง กทม.จะเร่งค้นหาให้ได้มากที่สุด” ร.ต.อ.พงศกร กล่าว

 

ด้าน พล.ต.ท.โสภณ กล่าวว่า วันนี้เวลาประมาณ 11.30 น. ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มสัมผัสเสี่ยง ณ โรงงานแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตบางขุนเทียน รวมทั้งได้ตรวจเยี่ยมจุดสกัดและจุดคัดกรองบุคคลต่างด้าวก่อนเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งการปฏิบัติงานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมกันนี้ได้นำกำลังใจจากผู้ว่าฯ กทม.ไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย นอกจากนี้ ยังได้แจ้งแรงงานต่างด้าวให้เข้าใจวัตถุประสงค์การดำเนินงานของ กทม. และรัฐบาลไทย ว่า กทม.และรัฐบาลไทยไม่ได้รังเกียจแรงงานต่างด้าว เราปฏิบัติกับแรงงานต่างด้าวเช่นเดียวกับการปฏิบัติต่อคนไทย ทั้งนี้กทม.ขอให้แรงงานต่างด้าวไม่ว่าจะเข้าประเทศไทยมาอย่างถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ให้ความร่วมมือมาตรวจหาเชื้อ เพื่อให้การควบคุมและการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

นพ.เมธิพจน์ กล่าวว่า เนื่องจากการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการ (แล็บ) มีขีดจำกัดในการปฏิบัติงาน จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก และเข้าไปขอตรวจหาเชื้อในโรงพยาบาลซึ่งจะส่งผลให้การทำงานของหน่วยงานราชการที่จำเป็นต้องส่งตัวอย่างตรวจสอบหาเชื้อโควิด-19 ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็วทันเหตุการณ์ ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่คาดว่าตนเองจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทำแบบประเมินความเสี่ยงในระบบ BKK COVID-19

 

“หากเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง กทม.จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามนำท่านส่งตรวจ หรือหากมีข้อสงสัยประการใดสอบถามได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (Emergency Operation Center: EOC) โทร. 09 4386 0051 ตลอด 24 ชั่วโมง” นพ.เมธพจน์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง