รีเซต

สธ.เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ยันยังไม่พบการระบาดในไทย

สธ.เฝ้าระวัง “ไวรัสนิปาห์” ยันยังไม่พบการระบาดในไทย
TNN ช่อง16
24 มกราคม 2569 ( 11:55 )
11

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันรวม 5 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย ตรวจพบในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทางการอินเดียได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมโรค กักกันและติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างเข้มข้น

       

กรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา ประสานติดตามข้อมูลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดกับองค์การอนามัยโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมด้านการเฝ้าระวังโรค ซึ่งปัจจุบันไทยยังดำเนินมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทาง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ เข้มงวดอยู่แล้ว

       

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวเพิ่มเติมว่า โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง สามารถก่อให้เกิดอาการทางระบบประสาทและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยในคน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ระยะฟักตัวของโรคมักอยู่ที่ 4 – 14 วันหลังสัมผัสเชื้อ (แต่บางรายอาจนานถึง 45 วัน) 

ผู้ติดเชื้ออาจมีความรุนแรงตั้งแต่ไม่แสดงอาการ ไปจนถึงการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และสมองอักเสบที่อาจเสียชีวิตได้ อาการทั่วไป คือ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อาเจียน และเจ็บคอ ก่อนจะมีอาการทางระบบประสาท เช่น ง่วงซึม ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง และสมองอักเสบเฉียบพลัน บางรายอาจมีปอดอักเสบและภาวะหายใจล้มเหลวรุนแรง ในรายรุนแรงอาจเกิดอาการชักและเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24 – 48 ชั่วโมง 

สามารถป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ได้ ดังนี้ 

1) ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหลังจากสัมผัสสัตว์หรือไปในพื้นที่เสี่ยง 

2) หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยกัด หรือผลไม้ที่ตกอยู่กับพื้น และควรล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน 

3) เลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย เช่น ค้างคาว หรือสุกร โดยตรง และหากพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติควรรีบแจ้งผู้รับผิดชอบในพื้นที่ 

4) ปรุงอาหารให้สุก และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สดที่เก็บจากต้น หรือกินผลไม้ที่มีรอยสัตว์กัดแทะ


หากมีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือมีประวัติเดินป่า เก็บมูลค้างคาว ร่วมกับมีอาการน่าสงสัยโรคนิปาห์ดังกล่าวข้างต้น ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงแก่บุคลากรทางการแพทย์ทราบ เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ทันท่วงที 

ไวรัสนิปาห์สามารถติดต่อได้หลายทาง ดังนี้ 

1) จากสัตว์สู่คน : สัมผัสโดยตรงกับสิ่งคัดหลั่ง (น้ำลาย ปัสสาวะ มูล เลือด) ของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ (แหล่งรังโรคหลัก) และสุกร (โฮสต์กึ่งกลาง)

2) การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน : กินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาว หรือดื่มน้ำช่อดอกมะพร้าว/อินทผลัมที่ปนเปื้อนน้ำลาย ปัสสาวะหรือมูลค้างคาวและ

3) จากคนสู่คน : ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลายหรือเสมหะ (มักพบในกลุ่มผู้ดูแลผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง