ฝนตกยาวไม่มีฟ้าร้อง รู้จัก “นิมโบสเตรตัส” เมฆฝนคลุมฟ้า

ฝนที่ตกต่อเนื่องหลายชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมเสียงฟ้าร้องหรือฟ้าแลบเสมอไป เพราะลักษณะของฝนขึ้นอยู่กับชนิดของเมฆและกระบวนการก่อตัวในบรรยากาศด้วย
หนึ่งในเมฆที่เกี่ยวข้องกับฝนลักษณะนี้คือ “นิมโบสเตรตัส” (Nimbostratus) หรือ Ns เมฆสีเทาที่สามารถแผ่ปกคลุมท้องฟ้าเป็นพื้นที่กว้าง และทำให้เกิดฝนตกต่อเนื่องในลักษณะที่หลายคนเรียกกันว่า “ฝนแช่”
ช่วงที่ฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ชื่อของเมฆชนิดนี้กลับมาได้รับความสนใจ โดยเฉพาะคำถามว่า เหตุใดฝนจึงสามารถตกได้เป็นเวลานาน ทั้งที่แทบไม่มีพายุฟ้าคะนองรุนแรง
ต่างจากเมฆพายุอย่างไร?
จุดสังเกตสำคัญของนิมโบสเตรตัส คือ ท้องฟ้ามักเปลี่ยนเป็นสีเทา ชั้นเมฆมีความหนาและแผ่ออกไปกว้าง จนบางช่วงบดบังแสงอาทิตย์ ขณะที่ตัวเมฆไม่ได้พัฒนายอดสูงเป็นก้อนขนาดใหญ่เหมือนเมฆที่ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
นิมโบสเตรตัสสามารถพัฒนาตัวจากบริเวณระดับกลางของชั้นโทรโพสเฟียร์ ก่อนขยายครอบคลุมระดับที่สูงและต่ำลงมา โดยฐานเมฆอาจอยู่บริเวณความสูงประมาณ 3,000 เมตร
ฝนจากเมฆชนิดนี้จึงมีลักษณะต่างจากฝนที่มาอย่างรวดเร็ว มีฟ้าร้อง ฟ้าแลบ และตกหนักในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะนิมโบสเตรตัสมักให้ฝนค่อนข้างสม่ำเสมอและกินเวลานานกว่า
แม้โดยทั่วไปจะไม่สัมพันธ์กับพายุฟ้าคะนองรุนแรง แต่ข้อมูลจาก International Cloud Atlas ระบุว่า นิมโบสเตรตัสสามารถมีฟ้าแลบเกิดขึ้นได้ในบางกรณี เพียงแต่ไม่ใช่ลักษณะที่พบได้บ่อย
ทำไมฝนถึงตกได้เรื่อย ๆ?
ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ เจ้าของรางวัลสื่อสารวิทยาศาสตร์แห่งปี ประจำปี 2569 ผู้อำนวยการฝ่ายเผยแพร่ความรู้เทคโนโลยีวัสดุ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. และผู้ก่อตั้งชมรมคนรักมวลเมฆ ให้ข้อมูลถึงกรณี “ฝนแช่” ว่า สำหรับประเทศไทยสามารถเกี่ยวข้องกับเมฆนิมโบสเตรตัสที่เกิดขึ้นในบริเวณ หย่อมความกดอากาศต่ำ
หัวใจสำคัญอยู่ที่การมีความชื้นเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง หากหย่อมความกดอากาศต่ำยังทำงานอยู่ อากาศชื้นก็ยังสามารถถูกนำเข้ามาสู่บริเวณที่เกิดเมฆ ทำให้มีวัตถุดิบสำหรับการสร้างฝนอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน อากาศไม่ได้ยกตัวอย่างรุนแรงเฉพาะจุดจนพัฒนาเป็นก้อนพายุขนาดใหญ่ แต่เป็นการยกตัวในพื้นที่กว้าง ส่งผลให้ชั้นเมฆสามารถรักษาโครงสร้างและกระจายตัวครอบคลุมบริเวณกว้างได้
ภายในเมฆยังมีการรวมตัวของหยดน้ำและผลึกน้ำแข็ง เมื่อมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมากเพียงพอก็จะตกลงมาเป็นหยาดน้ำฟ้า หากยังมีความชื้นและการยกตัวของอากาศเข้ามาสนับสนุน กระบวนการดังกล่าวก็สามารถดำเนินต่อไป ทำให้ฝนไม่หยุดลงอย่างรวดเร็ว
เช็กง่าย ๆ เมื่อท้องฟ้ากลายเป็นสีเทาทั้งผืน
ลักษณะที่ประชาชนสามารถสังเกตได้ด้วยตา คือ ท้องฟ้าถูกคลุมด้วยเมฆสีเทาค่อนข้างสม่ำเสมอ มองไม่เห็นก้อนเมฆพองตัวเด่นชัด และมีฝนโปรยลงมาเรื่อย ๆ โดยไม่มีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะเหมือนฝนจากพายุฟ้าคะนอง
อย่างไรก็ตาม การเห็นท้องฟ้าในลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียวไม่ควรใช้ยืนยันชนิดของเมฆโดยเด็ดขาด เพราะการจำแนกเมฆยังต้องพิจารณาลักษณะและสภาพบรรยากาศประกอบกัน
27 ก.ย. “คุณตะวัน” เริ่มเผยตัวผ่านชั้นเมฆ
อีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 27 กันยายน 2569 เมื่อ ดร.บัญชา เผยภาพท้องฟ้าที่บันทึกเมื่อเวลา 09.05 น. หลังออกไปสำรวจว่าดวงอาทิตย์สามารถปรากฏให้เห็นผ่านชั้นเมฆได้มากน้อยเพียงใด
ผลที่เห็นคือ แสงอาทิตย์สามารถลอดผ่านชั้นเมฆลงมาได้ แม้ยังไม่ชัดเจน แต่สามารถมองออกว่าดวงอาทิตย์อยู่บริเวณใด
ในทางเมฆวิทยา ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า Translucidus หรือ “แทรนส์ลูซิดัส” หมายถึง ชั้นเมฆที่ยอมให้แสงผ่านได้มากพอที่จะมองเห็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์
ดร.บัญชา ยังใช้แอปพลิเคชัน NAPA (นภา) ของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ตรวจสอบท้องฟ้าในทิศทางเดียวกัน และพบว่า ตำแหน่งปรากฏของดวงอาทิตย์ขณะนั้นอยู่บริเวณ กลุ่มดาวหญิงสาว หรือ Virgo
บริเวณใกล้ตำแหน่งดังกล่าวมีดาว Vindemiatrix หรือ Epsilon Virginis ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่มีความสว่างเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มดาวหญิงสาว ส่วนอีกตำแหน่งหนึ่งของกลุ่มดาวมี Spica หรือดาวรวงข้าว โดยคำว่า Spica มาจากภาษาละตินที่มีความหมายว่า “รวงข้าว”
ภาพท้องฟ้าในเช้าวันที่ 27 กันยายน จึงกลายเป็นอีกบทเรียนธรรมชาติที่เชื่อมทั้งความรู้เรื่องเมฆและดาราศาสตร์เข้าด้วยกัน จากการสังเกตเพียงว่า “วันนี้มองเห็นดวงอาทิตย์หรือยัง”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
