รีเซต

ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เผยแนวโน้มโควิด-19 ดีขึ้น ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ยังต้องตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เผยแนวโน้มโควิด-19 ดีขึ้น ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ยังต้องตามสถานการณ์ใกล้ชิด
มติชน
1 พฤษภาคม 2563 ( 19:22 )
114
ผอ.รพ.วชิระภูเก็ต เผยแนวโน้มโควิด-19 ดีขึ้น ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ยังต้องตามสถานการณ์ใกล้ชิด

ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเผยแนวโน้มโควิด-19 ดีขึ้นตามลำดับ ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ห่วงกรณีคลายล็อกกิจการต่างๆ เฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มหรือไม่ในช่วง 14 วันหลังจากนี้

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า วันนี้จังหวัดภูเก็ตผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็น 0 มีผู้ป่วยยืนยันสะสม 217 ราย ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังมีความเป็นห่วงกรณีที่จะมีการปลดล็อกธุรกิจหรือกิจกรรมต่างๆ ในวันที่ 3 พ.ค. และวันนี้ ภูเก็ตได้ปลดล็อกเรื่องของรอยต่อตำบลไปแล้ว ก็ต้องติดตามกันว่าจะมียอดของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นหรือไม่ในช่วง 10-14 วันข้างหน้า ถ้าสถานการณ์ปกติดีทั้งประเทศหรือว่าเฉพาะจังหวัด ก็จะต้องทยอยปลดล็อกเปิดกิจกรรมตามลำดับ คือสีขาว เขียว เหลืองแดง ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ถ้าทุกอย่างเป็นปกติภายในเดือนสองเดือนนี้ คาดว่าเศรษฐกิจต่างๆ ของจังหวัดภูเก็ต และของประเทศไทยจะได้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง

อย่างไรก็ตามแม้ว่าแนวโน้มสถานการณ์ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เรายังคงมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มข้น มีการประชุมกันตลอด เนื่องจากว่าโรคโควิด-19 เป็นโรคใหม่ และยังไม่มีวัคซีน ไม่มียาที่รักษาได้ชัดเจน มีประสบการณ์จากหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ หลังจากปลดล็อกพบว่ามียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากในแต่ละวัน ภูเก็ตก็มีลักษณะคล้ายๆ กับสิงคโปร์ มีเกาะ มีแรงงานต่างๆ เหมือนกัน ตรงนี้เราก็ต้องระมัดระวัง โดยเน้นในเรื่องของมาตรการทางสาธารณสุข นโยบายต่างๆ ของรัฐบาล การเปิดธุรกิจหรือกิจกรรมก็แล้วแต่ ต้องอยู่ภายในเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจง ทุกที่ต้องมีมาตรการ SOP ออกมากำกับแล้วก็ดำเนินการและมีการประเมินอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดการระบาดซ้ำขึ้นมาอีก

“ถึงแม้ว่าสถานการณ์หรือมาตรการทุกอย่างจะผ่อนคลายลง พี่น้องประชาชนก็ยังต้องปฏิบัติตัวเหมือนเดิม เคยทำดีมาอย่างไรก็ให้ทำต่อไป ทั้งเรื่องของการสวมหน้ากาก การเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่รวมตัวรวมกลุ่มทำกิจกรรมเกิน 5 คน ซึ่งก็ถือว่าผิดกฎหมายอยู่แล้ว และการเข้าไปสถานที่ต่างๆ ต้องหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์หรือสบู่ ก็จะลดโอกาสในเรื่องการรับเชื้อหรือแพร่เชื้อไปยังบุคคลอื่นได้ และที่สำคัญจะต้องดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง