ศบก.เตือนคนไทยอพยพตะวันออกกลาง เร่งช่วย 3 ลูกเรือไทย

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียดและมีแนวโน้มขยายตัวไปในหลายพื้นที่ ส่งผลให้รัฐบาลไทยออกคำเตือนให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่ พร้อมประสานการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด
นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการแถลงของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคเริ่มขยายวงกว้างเกินกว่าพื้นที่เป้าหมายทางทหาร โดยพบการยกระดับการโจมตีของอิหร่านไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบพลังงาน การเดินเรือ และระบบไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในหลายประเทศ
ขณะเดียวกัน การปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮิสบอลเลาะห์ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายแดนอิสราเอล–เลบานอน รวมถึงพื้นที่ในกรุงเบรุต ส่วนสถานการณ์ในอิรักมีสัญญาณความรุนแรงเพิ่มขึ้น
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และพิจารณาเดินทางออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งขอให้ลงทะเบียนข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในแต่ละประเทศ เพื่อให้สามารถติดต่อและช่วยเหลือได้ทันสถานการณ์ โดยรัฐบาลยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยออกจากพื้นที่อันตรายอย่างปลอดภัย
ในเวทีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ซึ่งไทยเป็นผู้เสนอให้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ประชุมเห็นตรงกันว่าความตึงเครียดยังคงอยู่ในระดับสูง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง กลับเข้าสู่กระบวนการทางการทูต และเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลักเสรีภาพในการบินและการเดินเรือ
การหารือยังครอบคลุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้านการขนส่งสินค้าและความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของเศรษฐกิจโลก
ประเทศไทยเสนอแนวทางความร่วมมือสองด้านสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มความร่วมมือด้านกงสุลในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน และการยกระดับความตกลงความมั่นคงทางปิโตรเลียมของอาเซียนให้สามารถใช้งานได้จริง พร้อมทั้งผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนในระยะยาว
ด้านความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือไทยจากเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าในภูมิภาคตะวันออกกลาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานว่า ลูกเรือไทยจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือแล้ว และมีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 16 มีนาคมนี้
ขณะที่ลูกเรืออีก 3 คนซึ่งยังไม่พบตัว กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงประสานความร่วมมือกับหลายฝ่ายเพื่อค้นหาและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
