รีเซต

แฉกลโกงใหม่ หลอกทำยอดขายจยย. 1,000 กว่าคนหลงเชื่อ สุดท้ายไฟแนนซ์ฟ้อง สูญกว่าร้อยล้าน

แฉกลโกงใหม่ หลอกทำยอดขายจยย. 1,000 กว่าคนหลงเชื่อ สุดท้ายไฟแนนซ์ฟ้อง สูญกว่าร้อยล้าน
มติชน
24 กรกฎาคม 2563 ( 13:56 )
213
แฉกลโกงใหม่ หลอกทำยอดขายจยย. 1,000 กว่าคนหลงเชื่อ สุดท้ายไฟแนนซ์ฟ้อง สูญกว่าร้อยล้าน

ประธานสภาทนายฯบึงกาฬ แฉกลโกงแนวใหม่นายหน้าลวงประชาชนให้ไปทำยอดขายบริษัทขายรถจยย.จะได้ค่าดำเนินการคนละ 4-5,000 บาท หลงเชื่อกว่า 1,000 คน สุดท้ายโดนไฟแนนซ์ฟ้องรายละ 100,000-140,000 บาท ค่าเสียหายกว่า 100 ล้านบาท แห่แจ้งความแน่นโรงพัก

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายบุญมา สายสุพรรณ์ ประธานสภาทนายความจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่ามีคดีแปลกใหม่เกิดขึ้นในจังหวัดบึงกาฬ มีประชาชนกว่า 1 พันคนตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพ และได้มาขอความช่วยเหลือด้านคดีจากสภาทนายความจังหวัดบึงกาฬ จึงได้รับเรื่องราวเอาไว้เพื่อหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ยิ่งอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ ประชาชนหลายคนตกงาน จึงเป็นช่องว่างให้แก๊งมิจฉาชีพได้คิดวิธีหลอกลวงพี่น้องประชาชนแบบใหม่ๆ ออกมาหากินบนความทุกข์ยากของชาวบ้าน

โดยเรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2562-2563 ได้มีกลุ่มมิจฉาชีพทำทีเป็นนายหน้าวางแผนเป็นกระบวนการหลอกลวงประชาชนในเขตจังหวัดบึงกาฬ โดยบอกว่าจะพาไปทำยอดขายหรือทำเคส โดยการทำทีเหมือนกับไปดาวน์รถจักรยานยนต์ ที่บริษัทเจียงฯ ในจังหวัดบึงกาฬหลายสาขา โดยจะได้ค่าจ้างรายละ 4,000 – 5,000 บาท แต่จะไม่ได้รับรถจักรยานยนต์กลับบ้านไปด้วย

วิธีการหลอกของกลุ่มมิจฉาชีพรายนี้คือ หลังจากตกลงกันแล้วก็จะมอบโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าพร้อมใส่ซิมการ์ดให้เหยื่อถือเข้าไปในบริษัทเจียงฯ จากนั้นก็ขับรถยนต์พาเข้าไปนั่งที่บริษัทฯ พนักงานจะขอสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมบัตรประชาชนนำไปถ่ายเอกสารและให้ผู้เสียหายลงลายมือชื่อรับรองสำเนาเอกสารพร้อมลงรายชื่อในแบบฟอร์มสัญญาเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ และเซ็นชื่อในแบบฟอร์มเปล่าอีกหลายฉบับ โดยผู้เสียหายยังไม่ได้อ่านรายละเอียดในเอกสารต่างๆ เลยพนักงานก็จะชี้และพลิกให้เซ็นทุกช่องที่เป็นลายมือของเหยื่อจนแล้วเสร็จแล้วบอกให้นั่งรอประมาณ 10 นาที โดยพนักงานคนเดิมแจ้งว่าอีกสักครู่ทางบริษัทไฟแนนซ์จะโทรเข้ามาสอบถามชื่อ-สกุล อาชีพ สวนยางกี่ไร่ และถามว่าต้องการรถยี่ห้อ รุ่นอะไร ราคาเท่าใด ซึ่งเหยื่อก็จะตอบตามสคริปท์ที่แก๊งมิจฉาชีพเขียนใส่กระดาษไว้ให้ ทุกคนจะตอบคล้ายๆ กัน ส่วนสวนยางพาราต้องระบุว่ามีมากกว่า 30 ไร่ หลังจากที่ทำเคสผ่านพนักงานของบริษัทเจียงฯ ก็จะพาไปถ่ายรูปยืนคู่กับรถจักรยานยนต์ในบริษัท เเละบอกว่าเสร็จแล้วให้กลับบ้านได้ โดยจะไม่ได้รับรถจักรยานยนต์กลับบ้านไปด้วยแต่อย่างใด เมื่อเดินออกมาจากประตูหน้าบริษัทฯ แก๊งมิจฉาชีพก็จะจ่ายเงินให้คนละ 4-5,000 บาทพร้อมกับขอเครื่องโทรศัพท์คืน หลังจากนั้นก็พาขึ้นรถกลับบ้าน ในระหว่างทางก็กำชับว่า “หากได้รับเอกสารทวงถามหนี้ก็ไม่ต้องสนใจ ให้ทำลายทิ้งได้เลย หากถูกฟ้องเป็นคดีก็ไม่ต้องไปศาล เพราะบริษัทเจียงฯ จะเป็นคนรับผิดชอบและเคยทำในลักษณะนี้มาหลายรายแล้ว แต่จะเสียเครดิตประมาณ 6 เดือนเท่านั้น” เรื่องทั้งหมดก็จบโดยไม่มีปัญหาใดๆ

แต่ต่อมา บริษัท อยุธยาแคปปิตอลฯ ได้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากเหยื่อในข้อหาผิดสัญญาเช่าซื้อ โดยเรียกค่าเสียหายประมาณรายละ 100,000-140,000 บาท เป็นจำนวนหลายรายแล้ว ทางกลุ่มผู้เสียหายจึงมาขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความจังหวัดบึงกาฬ เพื่อต่อสู้คดีแพ่งในส่วนที่บริษัทอยุธยา แคปปิตอลฯ ฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ส่วนคดีอาญานั้นทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นนายหน้าพาไปทำยอดขายหรือทำเคส ที่ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในจังหวัดบึงกาฬกว่า 100 ล้านบาท หากท่านใดถูกหลอกลวงเช่นนี้ และยังไม่ไปแจ้งความเป็นหนึ่งในผู้เสียหายก็ให้ประสานไปยังสภาทนายความจังหวัดบึงกาฬ หรือจะติดต่อโดยตรงกับ นายบุญมา สายสุพรรณ์ ประธานสภาทนายความจังหวัดบึงกาฬ โดยตรงได้ที่ 081-9542817 เพื่อหาทางชื่อเหลือต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง