"สมคิด"ชี้ทางรอดไทยฝ่าวิกฤติซ้อนวิกฤติ

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีต รมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษในงานเตรียมอุดมฯ ดินเนอร์ ทอล์ก 2026 หัวข้อ “เตรียมอุดมฯ คิด เศรษฐกิจพ้นภัย” ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ที่สะสมมาเป็นเวลานาน ทั้งปัญหา GDP เติบโตต่ำ ภาคการผลิตขาดการสร้างมูลค่าเพิ่ม ความยากจน และความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้น
ส่วนปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามที่ยืดเยื้อและยังไม่จบลงง่ายๆ กำลังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลกและไทยโดยตรง ผ่านต้นทุนพลังงานและเงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้น จนเสี่ยงเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่เงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation
แม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการช่วยค่าครองชีพ เช่น โครงการไทยช่วยไทยพลัส จากคนละครึ่ง มาเป็น 60/40 ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ดี
อย่างน้อยช่วยเหลือในการผ่อนภาระประชาชน แต่อยากให้แบ่งบางส่วนไปรากหญ้าบ้าง เพราะเงินน้อย แม้จะ 60/40 แต่ได้น้อย ควรมุ่งเน้นไปที่กลุ่มรากหญ้า เกษตรกร และเอสเอ็มอีให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ประเทศไทยจำเป็นต้องทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานอย่างจริงจัง เพราะเป็นต้นทุนหลักของทั้งระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดการอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ รวมถึงการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันชั่วคราว เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าครองชีพและภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
นายสมคิด มองว่า ท่ามกลางวิกฤต ประเทศไทยกำลังได้รับโอกาสสำคัญจากกระแสการย้ายฐานการลงทุนของต่างชาติ โดยเฉพาะทุนจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์
ดังนั้น เพื่อให้ประเทศได้รับประโยชน์สูงสุดจากเม็ดเงินลงทุน นายสมคิด เสนอให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปรับหลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์ใหม่ จากเดิมที่เน้นเพียงมูลค่าการลงทุน มาเป็นการวัดผลลัพธ์ต่อประเทศในระยะยาว
โดยควรกำหนดเงื่อนไขให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุน ต้องร่วมพัฒนาบุคลากร ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเปิดโอกาสให้ SME ไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI ในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
