TTB ปี69ตั้งเป้าNIM3.1% มุ่งโตสินเชื่อมีหลักประกัน

#TTB #ทันหุ้น - TTB มองเศรษฐกิจปีนี้ท้าทาย คาด GDP โตเพียง 1.2% จากหนี้ครัวเรือนสูง-แรงงานหดตัว แต่การเมืองที่นิ่ง หนุนความเชื่อมั่นฟื้น พร้อมคงดำเนินธุรกิจรอบคอบ ตั้งเป้าสินเชื่อทรงตัวถึงขยายตัว 2% มุ่งปล่อยกู้ที่มีหลักประกัน “บ้าน-รถยนต์” คาด NIM 3-3.1% พร้อมคุม NPL ไม่เกิน 3.2%
ดร.นริศ อารักษ์สกุลวงศ์ ประธานกลุ่ม งานกลยุทธ์องค์กรและดิจิทัล ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB เปิดเผยว่า ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TTB คาดการณ์ GDP ปี 2569 โต 1.2% จากภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย ทั้งหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ประชากรวัยทำงานที่หดตัวลงต่อเนื่อง แต่จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มนิ่งขึ้น จะเป็นปัจจัยสร้างความเชื่อมั่น คาดว่าจะเป็นปัจจจัยหนุนเชิงจิตวิยากระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนในระยะต่อไป
@คาดกนง.ปรับลดดบ.ปีนี้
พร้อมกันนี้ คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศลงอีก 1 ครั้ง ทำให้ยังคงเน้นการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบต่อไป ทั้งการบริหาร คุมค่าใช้จ่าย คุมต้นทุน ทำให้ดี เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตสินทรัพย์และสถานะทางการเงินยังคงมีความแข็งแกร่ง สามารถรักษาแนวโน้มของผลประกอบการและอัตราการจ่ายเงินปันผลให้อยู่ในระดับสูง เป็นสิ่งสำคัญช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง
ทั้งนี้ ธนาคารยังคงเป้าหมายทางการเงินปี 2569 โดยยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อ 0-2% อัตราส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) 3 - 3.1% เน้นเติบโตสินเชื่อมีหลักประกันทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง – ขนาดย่อม (SME) ในอุตสาหกรรมบริการ – โรงแรม – ท่องเที่ยว โดยยังคง การเติบโตของ On-NII เลขหลักเดียวระดับต่ำเน้นเติบโตรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิ
@คุม NPL ไม่เกิน 3.2%
ด้านอัตราหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 3.2% จาก 2.9% ในปี 2568, Credit cost ที่ 1.3-1.35% (โดย ณ สิ้นปี 2568 ธนาคารมี Credit Cost ที่ 152 bps) ฉ,ธอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: Mid-40% ทรงตัวเทียบกับ 45% ในปี 2568
ดร.นริศ กล่าวว่า ธนาคาร ยังดำเนินธุรกิจไปสู่ Digital มากยิ่งขึ้น โดยไม่ได้อยู่แค่การสร้าง Application แต่พยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ด้วย ทั้งการมี Revenue Model Transformation นำเทคโนโลยี มาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์บริการ และประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพโมเดลระบบงานขายและการบริการลูกค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
ส่วนแนวโน้มของการปรับลดสาขาของธนาคารในระยะต่อไป ยอมรับว่ มีแนวโน้มลดลงไปตามเทรนด์เนื่องจาก กิจกรรมที่ทำในสาขาเริ่มมีแนวโน้มลดลงไป เพราะลูกค้าเริ่มหันไปทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้งเป็นหลัก แต่หากลูกค้าต้องการลงทุน หรือต้องการขอคำแนะนำจากพนักงานจะนิยมไปสาขาไปหลัก
@คาดยิลด์ 3.4%
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ของ TTB ไว้ที่ 20,727 ล้านบาท ทรงตัว YoY แม้มีแรงกดดันจากแนวโน้มรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลง จากการเติบโตของสินเชื่อรวมที่จำกัด และทิศทาง NIM ที่คาดจะปรับลดลงตามการลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืม และการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้มากขึ้น แต่คาดปัจจัยลบต่างๆ จะถูกชดเชยด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ทยอยปรับขึ้น และการตั้งสำรองที่ปรับลดลงหลัง TTB เพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่มาหลายไตรมาส
ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ในปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณเชิงลบ โดยฝ่ายวิจัยยังคงแนะซื้อ โดยให้ราคาเหมาะสม 2.20 บาทต่อหุ้น และคาดจะจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิครึ่งปีหลัง 2568 หุ้นละ 0.07 บาท คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล (ดิวิเดนด์ยิลด์) 3.4%
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
