ท็อป บิทคับ ชี้ AI เปลี่ยนโลกการทำงาน เตือนคนไทยเร่งปรับตัวก่อนตกขบวน

คุณท็อป จิรายุส ชี้ AI กำลังเปลี่ยนโลกการทำงานทุกอาชีพบนเวที AI as Financial Therapist and Cybersecurity เมื่อ AI กลายเป็นนักบำบัดทางการเงิน ในงาน TNN Tech Forum 2026 AI Warfare : The Race for Humanity สมรภูมิ AI กำหนดอนาคตมนุษยชาติ
พร้อมกับอธิบายว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะเปลี่ยนวิธีทำงานของมนุษย์ในทุกอุตสาหกรรม ไม่ต่างจากการเกิดขึ้นของคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน และโซเชียลมีเดีย พร้อมเตือนว่าคนไทยต้องเร่งเรียนรู้และนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะทักษะดังกล่าวอาจกลายเป็นคุณสมบัติพื้นฐานในการทำงานเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด
AI กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของทุกอาชีพ
คุณท็อป จิรายุส อธิบายว่า AI ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยีครั้งสำคัญ หรือ Platform Shift ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะอาชีพด้านเทคโนโลยี แต่ครอบคลุมตั้งแต่พนักงานทั่วไป ผู้บริหาร เจ้าของกิจการ ไปจนถึงเกษตรกร โดยเปรียบเทียบกับยุคที่คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลาย ซึ่งในช่วงแรกหลายคนมองว่าเป็นเพียงเทคโนโลยีสำหรับคนบางกลุ่ม ก่อนจะกลายเป็นเครื่องมือจำเป็นในแทบทุกอาชีพ
โดยเขายกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทบิทคับ โดยระบุว่าบริษัทไม่ได้เพิ่มจำนวนพนักงานมาประมาณหนึ่งปี แต่สามารถเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาได้ถึง 7 เท่า จากการนำ AI เข้ามาช่วยเขียนโปรแกรมและตรวจสอบโค้ด ขณะที่พนักงานเปลี่ยนบทบาทจากผู้ลงมือทำทุกขั้นตอน มาเป็นผู้กำหนดทิศทางและตรวจสอบผลงานของระบบ AI มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลที่คุณท็อป จิรายุสเปิดเผยเกี่ยวกับบริษัทของตนเอง
AI Agent และหุ่นยนต์ อาจเข้ามาทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น
อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่คุณท็อป จิรายุส ให้ความสำคัญคือ เอไอเอเจนต์ (AI Agent) หรือระบบ AI ที่สามารถรับมอบหมายงาน วางแผน และดำเนินการหลายขั้นตอนได้โดยอัตโนมัติ เช่น การจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือจัดการงานสำนักงาน โดยในอนาคต AI Agent อาจสามารถติดต่อประสานงานระหว่างระบบต่าง ๆ ได้โดยตรง ช่วยให้ธุรกิจทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และลดภาระงานที่ต้องใช้แรงงานมนุษย์
นอกจากงานสำนักงานแล้ว เขายังมองว่าหุ่นยนต์อัจฉริยะจะเข้ามามีบทบาทในโรงงาน การขนส่ง และงานบริการมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แนวคิดที่ว่า AI และหุ่นยนต์จะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์เกือบทั้งหมดภายใน 10 ปี ยังเป็นการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว
เตือนความเหลื่อมล้ำ เมื่อรายได้อาจกระจุกตัวอยู่กับเจ้าของเทคโนโลยี
คุณท็อป จิรายุส ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ โดยอธิบายว่ารายได้ของมนุษย์แบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ รายได้จากการทำงาน (Labor Income) และรายได้จากเงินทุนหรือการลงทุน (Capital Income) หาก AI และหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอาจไหลไปสู่เจ้าของกิจการ เจ้าของเทคโนโลยี และผู้ถือครองสินทรัพย์มากขึ้น ขณะที่แรงงานบางกลุ่มอาจเผชิญแรงกดดันด้านรายได้
เขาจึงเสนอให้ประเทศไทยเริ่มพิจารณาแนวคิดการจัดเก็บภาษีจากระบบอัตโนมัติ (Automation Tax) รวมถึงการพัฒนากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) เพื่อสร้างรายได้จากการลงทุนในระยะยาว และนำผลประโยชน์กลับมาช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวยังเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่ต้องพิจารณาความเหมาะสมและผลกระทบอย่างรอบด้าน
แนะคนไทยฝึกใช้ AI ทุกวัน พร้อมเตรียมความพร้อมทางการเงิน
สำหรับคนทั่วไป คุณท็อป จิรายุส แนะนำให้เริ่มเรียนรู้ AI ผ่านการใช้งานจริงอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจเลือกใช้เครื่องมืออย่างแชตจีพีที (ChatGPT) หรือคลอด (Claude) เพียงหนึ่งแพลตฟอร์มก่อน เพื่อฝึกให้เกิดความชำนาญและนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงาน รวมถึงการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน แทนที่จะรอให้เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลกว่านี้แล้วจึงเริ่มเรียนรู้
นอกจากนี้ เขายังแนะนำให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการออมและการเตรียมความพร้อมด้านการลงทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกในการสร้างรายได้ในอนาคต โดยมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI อาจสร้างโอกาสใหม่ให้กับผู้ที่สามารถปรับตัวได้ ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ที่ขาดทักษะและโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
