รีเซต

YLG ชี้จีนสกัดทองกระดาษ กระทบทองจำกัด

YLG ชี้จีนสกัดทองกระดาษ กระทบทองจำกัด
TNN ช่อง16
30 กรกฎาคม 2569 ( 15:45 )
10
บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ประเมินว่ามาตรการของจีนในการยุติการให้บริการซื้อขาย "ทองคำกระดาษ" สำหรับนักลงทุนรายย่อยผ่านธนาคารพาณิชย์ จะส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดทองคำโลกเพียงเล็กน้อยในระยะสั้น เนื่องจากสัดส่วนการซื้อขายผ่านช่องทางดังกล่าวมีเพียง 4.88% ของปริมาณการซื้อขายบน Shanghai Gold Exchange (SGE) ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีนอย่างน้อย 7 แห่ง ได้ยุติการทำหน้าที่เป็นตัวแทนให้ลูกค้าบุคคลธรรมดาซื้อขายผลิตภัณฑ์โลหะมีค่าบน SGE ทั้ง Spot Gold, Deferred Gold รวมถึงผลิตภัณฑ์โลหะมีค่าอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลจีนในการลดความเสี่ยงเชิงระบบ ควบคุมการเก็งกำไร และผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่การถือครองทองคำแท่งจริงมากขึ้น

YLG มองว่าผลกระทบต่อตลาดจะไม่รุนแรง เนื่องจากฐานลูกค้าที่ใช้บริการดังกล่าวลดลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังจีนหยุดเปิดบัญชีรายย่อยใหม่ที่เชื่อมกับ SGE ตั้งแต่ปลายปี 2563 อีกทั้งตลาดได้รับรู้มาตรการล่วงหน้าก่อนมีผลบังคับใช้ ทำให้นักลงทุนมีเวลาปรับตัว นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาในอดีตที่จีนยุติผลิตภัณฑ์ซื้อขายน้ำมันสำหรับรายย่อยหลังวิกฤตปี 2563 ซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อราคาน้ำมันโลกอย่างมีนัยสำคัญ



บริษัทมองว่าการจำกัดการซื้อขายทองคำกระดาษอาจกลับเป็นผลบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว เพราะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของนักลงทุนจากการเก็งกำไรไปสู่การออมและถือครองทองคำจริง ส่งผลให้ความต้องการซื้อ (Demand) ไหลเข้าสู่ตลาดทองคำแท่งมากขึ้น ขณะที่อุปทานยังมีจำกัด ซึ่งจะช่วยสนับสนุนทิศทางราคาทองคำให้ปรับตัวขึ้นได้อย่างมีเสถียรภาพ

ขณะเดียวกัน ปัจจัยหนุนสำคัญยังมาจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก โดยข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางซื้อทองคำเฉลี่ยกว่า 1,000 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยราว 500 ตันต่อปีในทศวรรษก่อนหน้า และผลสำรวจล่าสุดพบว่าธนาคารกลาง 89% คาดว่าปริมาณการถือครองทองคำสำรองทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีกภายใน 12 เดือนข้างหน้า

ด้านข้อมูลศุลกากรจีนยังสะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง หลังจีนนำเข้าทองคำในเดือนมิถุนายนประมาณ 173 ตัน สูงสุดในรอบ 2 ปี และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากแรงซื้อในช่วงที่ราคาทองคำปรับฐาน ประกอบกับค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นช่วยลดต้นทุนการนำเข้า

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำ YLG ประเมินว่าระยะสั้นยังอยู่ในช่วงปรับฐาน โดยมีแนวรับสำคัญที่ 3,960 และ 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะกลาง โดยมีแนวต้านที่ 4,400 และ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนมุมมองระยะยาวยังเชื่อว่าทองคำมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นต่อเนื่องตามวัฏจักร Elliott Wave Supercycle

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง