รีเซต

“บอร์ดประกันสังคมใหม่” ส่องโรดแมป 77 นโยบาย ผู้ประกันตนได้อะไรบ้าง?

“บอร์ดประกันสังคมใหม่” ส่องโรดแมป 77 นโยบาย ผู้ประกันตนได้อะไรบ้าง?
TNN ช่อง16
6 พฤศจิกายน 2569 ( 10:13 )
10

สรุปผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ากวาด 14 ที่นั่ง จับตาโรดแมป 77 นโยบาย ปรับเงินบำนาญ เพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตร 12 ปี และคุมงบกองทุน 3 ล้านล้าน

นับถอยหลัง บอร์ดประกันสังคมใหม่ หลังผ่านเลือกตั้งมา 26 วัน ต้องจับตานโยบายอะไรบ้าง

ผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่เพิ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ พบว่ามี ผู้ใช้สิทธิกว่า 1 ล้านคน และทีมเดียวกวาดครบทั้ง 14 ที่นั่ง แต่คำถามสำคัญคือ บอร์ดชุดใหม่จะเริ่มทำงานได้เมื่อไร และนโยบายไหนที่ต้องจับตากันแน่?

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม มีผู้ประกันตนออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 533% เมื่อเทียบกับปี 2566 และผลที่ได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน คือ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้คะแนนสูงสุดครบ 7 อันดับ ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้าง

นับถอยหลังสู่บอร์ดชุดใหม่

ผู้สมัครและผู้ที่ใช้สิทธิแล้ว ยังยื่นคัดค้านผลได้ถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน ถ้าไม่มีการคัดค้าน รายชื่อฝ่ายละ 7 คน จะถูกเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานพิจารณาแต่งตั้ง ปลัดกระทรวงแรงงานคาดว่า บอร์ดชุดใหม่จะประชุมนัดแรกได้ปลายเดือนพฤศจิกายน หลังจากบอร์ดชุดเดิมอยู่ในสถานะรักษาการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

บอร์ดประกันสังคมสำคัญอย่างไร

บอร์ดมีทั้งหมด 21 คน จากฝ่ายรัฐ ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายละ 7 คน ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจึงมี 14 จาก 21 ที่นั่ง บอร์ดมีหน้าที่เสนอความเห็นเรื่องนโยบายต่อรัฐมนตรี และวางระเบียบการรับ จ่าย และเก็บรักษาเงินกองทุน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานระบุว่า กองทุนนี้มีเงินลงทุนราว 3 ล้านล้านบาท

ทีมประกันสังคมก้าวหน้ากวาด 14 ที่นั่ง จับตาผลักดันนโยบายจริง

ผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการนั้น ทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับคะแนนสูงสุดครบทั้ง 7 อันดับในฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน รวม 14 ที่นั่ง จากกรรมการทั้งหมด 21 คน

ส่วนอีก 7 ที่นั่งเป็นผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ทำให้บอร์ดชุดใหม่ยังคงมีองค์ประกอบจาก 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน ฝ่ายละ 7 คน ตามระบบไตรภาคี

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิ 1,005,843 คน จากผู้มีสิทธิ 12,390,161 คน คิดเป็น 8.12% ขณะที่ฝ่ายนายจ้างมีผู้มาใช้สิทธิ 12,301 คน จากผู้มีสิทธิ 416,893 คน คิดเป็น 2.95% โดยสำนักงานประกันสังคมระบุว่าจำนวนผู้ประกันตนที่ออกมาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น 533% เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งปี 2566

ส่องนโยบายผลักดันเร่งด่วน จาก 77 ข้อ ดำเนินการใน 7 วันแรก

ทีมนี้เสนอนโยบายไว้ 77 ข้อ โดยภายใน 7 วันแรก จะผลักดันเรื่องงบประมาณ เช่น จำกัดงบบริหารสำนักงานไม่เกิน 3% ของรายรับต่อปี จากกรอบเดิมไม่เกิน 10% และติดตามหนี้เงินสมทบของรัฐบาล ให้รายงานในการประชุมบอร์ดทุกครั้ง ซึ่งปลัดกระทรวงแรงงานระบุว่า การจัดสรรงบบริหารกว่า 4,900 ล้านบาท อาจเป็นวาระเร่งด่วนของการประชุมนัดแรก

เป้าหมายสิทธิประโยชน์ภายใน 1 ปี และ 2 ปี

  • เป้าหมายภายใน 1 ปี: เน้นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้โดยตรง เช่น เงินเลี้ยงดูบุตรถึงอายุ 12 ปี โดยเด็กอายุ 7 ถึง 12 ปี ได้ปีละ 12,000 บาท คลอดบุตรไม่ต้องสำรองจ่าย และเพิ่มเงินว่างงานกรณีเหตุสุดวิสัย จาก 50% เป็น 70%
  • เป้าหมายภายใน 2 ปี: เป็นเรื่องโครงสร้างระยะยาว โดยเฉพาะบำนาญ ทีมเสนอให้ผู้รับบำนาญใหม่ 70% ได้บำนาญไม่ต่ำกว่า 40% ของเพดานค่าจ้างสูงสุดในปีนั้น และการแก้สิทธิบำนาญต้องทำประชามติโดยผู้ประกันตน

แล้วอะไรที่ต้องจับตา

ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อเสนอ ที่ต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ด ซึ่งมีผู้แทนฝ่ายรัฐร่วมอยู่ด้วย ขณะเดียวกัน ผู้แทนทั้ง 2 ฝ่ายที่มาจากทีมเดียวกัน ก็ทำให้มีผู้ตั้งข้อสังเกตถึงระบบไตรภาคี ที่ให้รัฐ นายจ้าง และลูกจ้างถ่วงดุลกัน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานระบุว่า จะหารือเพื่อให้ระบบนี้ยังคงอยู่ คำถามต่อจากนี้ คือ 77 นโยบาย จะกลายเป็นสิทธิประโยชน์จริงได้เร็วแค่ไหน

ส่องนโยบายสำคัญของประกันสังคมก้าวหน้า ผู้ประกันตนได้อะไรบ้าง?

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของทีมประกันสังคมก้าวหน้า คือการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ผู้ประกันตนมากขึ้น โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานเป็นระยะ ตั้งแต่ 7 วันแรก ภายใน 1 ปี และภายใน 2 ปี เรามาดูกันว่าไฮท์ไลท์สำคัญมีอะไรบ้าง

1. เพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตรถึงอายุ 12 ปี

เสนอขยายสิทธิเงินเลี้ยงดูบุตรให้ครอบคลุมเด็กจนถึงอายุ 12 ปี จากเดิมที่มีการกำหนดช่วงอายุไว้ต่ำกว่านั้น โดยเด็กอายุ 7–12 ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือปีละ 12,000 บาท เพื่อเพิ่มการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรของครอบครัวผู้ประกันตน

2. คลอดบุตรไม่ต้องสำรองจ่าย

เสนอปรับระบบการใช้สิทธิคลอดบุตรให้ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายเงินล่วงหน้า ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวในช่วงที่ต้องเตรียมตัวคลอดและดูแลบุตร

3. เพิ่มเงินว่างงานกรณีเหตุสุดวิสัย จาก 50% เป็น 70%

เสนอเพิ่มเงินทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย จากเดิม 50% เป็น 70% เพื่อเพิ่มความช่วยเหลือให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้

4. ปรับโครงสร้างเงินบำนาญประกันสังคม

เป็นข้อเสนอระยะยาวที่มีกำหนดเป้าหมายภายใน 2 ปี โดยเสนอให้ผู้รับบำนาญรายใหม่ 70% ได้รับบำนาญไม่น้อยกว่า 40% ของเพดานค่าจ้างสูงสุดในปีนั้น พร้อมเสนอให้การแก้ไขสิทธิบำนาญต้องผ่านการทำประชามติโดยผู้ประกันตน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ




ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง