"อายุน้อยร้อยโรคบน TikTok" ยิ่งดูก็ยิ่งหลอน รู้ทันกลไกอัลกอริทึมป้อน"ข่าวมะเร็งเต็มฟีด!"

เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ "อายุน้อยร้อยโรคบน TikTok" ยิ่งดูก็ยิ่งหลอน โดยระบุว่า
TikTok ชอบขึ้นฟีดคนอายุน้อยเป็นมะเร็งระยะท้าย ทำไมยิ่งดูก็ยิ่งเจอจนกังวล?
อาการนี้เจอกันเยอะมากในยุคนี้ จนบางคนกลายเป็น โรคคิดว่าตนเองป่วย (Health Anxiety) หรือนอนไม่หลับเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคร้ายแรงทั้งๆ ที่อายุยังน้อย
ในทางจิตวิทยาและเทคโนโลยี พฤติกรรมนี้มีกลไกอธิบายได้อย่างชัดเจนครับว่าทำไมโซเชียลมีเดียถึงชอบส่งคลิปประเภทนี้มาให้เราดูเรื่อยๆ
1. การทำงานของ Algorithm และ Emotional Engaging Content
ระบบ AI และ Algorithm ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (โดยเฉพาะ TikTok) ถูกออกแบบมาด้วยเป้าหมายเดียวคือ "การดึงรั้งสายตาและเวลาของคุณให้อยู่บนหน้าจอนานที่สุด"
• กระตุ้นอารมณ์ความกลัว (Fear-driven Engagement): สมองของมนุษย์ถูกวิวัฒนาการมาให้ไวต่อสัญลักษณ์ของภัยคุกคามและความกลัว (Threat Detection) คลิปเกี่ยวกับคนอายุน้อยเป็นโรคร้ายแรงจึงเป็น Emotional Engaging Content ที่ดึงดราม่าและกระตุ้นอารมณ์ความกลัวได้อย่างรุนแรงที่สุด
• พฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว (Dwell Time): เมื่อคลิปแนวนี้ขึ้นมา แม้คุณจะรู้สึกกลัว แต่มองในมุมกลับ สมองคุณจะสั่งให้ "หยุดดูจนจบ" เพราะอยากรู้รายละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยงให้ตัวเอง ระบบจะนับทันทีว่าคุณมี Dwell Time กับคลิปนี้สูง
• วงจรอัลกอริทึมป้อนซ้ำ (Feed-Forward Loop): เมื่อคุณหยุดดู อ่านคอมเมนต์ หรือเผลอกดรีโพสต์/กดไลก์ ระบบจะตีความทันทีว่า "ผู้ใช้คนนี้ชอบ/สนใจเนื้อหาประเภทนี้" แล้วก็จะยิ่งระดมส่งคลิปคนอายุน้อยป่วยเป็นโรคร้ายแรงมาเติมบนหน้าฟีดของคุณเรื่อยๆ จนเกิดเป็นวงจรไม่รู้จบ
2. ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา
เมื่อฟีดของคุณเต็มไปด้วยคลิปคนอายุน้อยเป็นมะเร็ง สมองจะเกิดการประมวลผลผิดพลาดทางจิตวิทยา 2 ประการ:
• Availability Heuristic: สมองจะประเมินว่า "โรคมะเร็งในคนอายุน้อยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากๆ" เพียงเพราะว่าเราเห็นคลิปเหล่านี้บนหน้าจอทุกวัน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงเชิงสถิติทางการแพทย์ มะเร็งระยะที่ 4 ในคนอายุ 20 ต้นๆ ยังคงเป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก
• Confirmation Bias: พอเริ่มกังวล ร่างกายมีอาการเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดหัว แน่นท้อง อ่อนเพลีย สมองก็จะเริ่มเชื่อมโยงเข้าหาคลิปที่เคยดูทันทีว่า "หรือเราจะเป็นเหมือนในคลิป?" ส่งผลให้ความกังวลพุ่งสูงขึ้นไปอีก
3. วิธีดัดหลัง Algorithm และพาตัวเองออกจากภาวะกังวล
หากรู้สึกว่าหน้าฟีดเริ่มทำให้สุขภาพจิตแย่และกังวลเกินเหตุ แนะนำให้ลองปรับพฤติกรรมการใช้ดังนี้ครับ:
1. กด "ไม่สนใจ" (Not Interested) ทันที: เมื่อเห็นคลิปแนวนี้ขึ้นมา อย่าหยุดดูแม้แต่วินาทีเดียว ให้รีบปัดผ่านทันที หรือกดค้างที่คลิปแล้วเลือก "Not Interested / ไม่สนใจ"
2. ล้างประวัติการค้นหาและรีเซ็ตฟีด (Reset For You Feed): ในแอป TikTok สามารถเข้าไปที่ Settings > Content Preferences > Refresh your For You feed เพื่อล้างประวัติความสนใจทั้งหมดและเริ่มสอน AI ใหม่ตั้งแต่ต้น
3. ฝึกจำกัดการดูข้อมูลสุขภาพบนโซเชียล: หากมีอาการผิดปกติทางร่างกายจริงๆ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหรือเจาะเลือดตรวจหาความเสี่ยง แทนการเสิร์ชหาอาการบนโซเชียลมีเดีย
นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
ข้อสรุปทางการแพทย์: สิ่งที่คุณกำลังเห็นบนหน้าฟีด ไม่ใช่ "สถิติที่แท้จริงของโลกใบนี้" แต่เป็นเพียง "สิ่งที่อัลกอริทึมเลือกมาดักจับความสนใจของคุณ" เท่านั้นครับ การรู้เท่าทันเทคโนโลยีจะช่วยลดความวิตกกังวลที่ไม่จำเป็นลงได้มาก
ใครเคยเจอฟีด TikTok หรือโซเชียลมีเดียป้อนคลิปโรคร้ายแรงจนหลอนและกังวลตามบ้าง แล้วมีวิธีปรับฟีดของตัวเองกันอย่างไร ลองคอมเมนต์มาพูดคุยและแชร์กันได้
เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
