รีเซต

สำเร็จรายแรกของโลก ! แพทย์สหราชอาณาจักรใช้ AI ช่วยผ่าตัดสมองแบบเรียลไทม์

สำเร็จรายแรกของโลก ! แพทย์สหราชอาณาจักรใช้ AI ช่วยผ่าตัดสมองแบบเรียลไทม์
TNN ช่อง16
28 สิงหาคม 2569 ( 15:00 )

ทุกวันนี้เราอาจเห็นเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์  (AI) มากมาย เข้ามาช่วยให้การทำงานด้านการแพทย์สะดวกมากขึ้น เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลในสหราชอาณาจักร ประสบความสำเร็จในการนำ AI เข้ามาช่วยผ่าตัดสมองแบบเรียลไทม์ให้กับคนไข้รายแรกของโลก นับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์เป็นอย่างมาก

ผู้ป่วยรายแรกที่ทำการรักษา

ไรส์ ฮิบเบิร์ต (Rhys Hibber) คุณพ่อลูกสองจากเบดฟอร์ดเชียร์ (Bedfordshire) สหราชอาณาจักร วัย 48 ปี ผู้มีสุขภาพแข็งแรงปกติ และมักเดินออกกำลังกายประมาณ 3 กิโลเมตรเป็นประจำทุกวัน

แต่เมื่อ 18 เดือนที่แล้ว ในระหว่างที่เขากำลังเดินอยู่ ได้หมดสติลงและชักกลางถนน ซึ่งจากผลการสแกนสมองเผยให้เห็นว่าเขามีเนื้องอกที่ไม่ใช่เนื้อร้าย (ไม่ใช่มะเร็ง) ขนาด 11 มิลลิเมตร หรือประมาณ 0.433 นิ้ว กำลังโตอยู่ที่ต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นอวัยวะขนาดเท่าก้อนหิน อยู่บริเวณฐานกะโหลกศีรษะ 

บริเวณต่อมใต้สมอง มีหน้าที่ในการหลั่งฮอร์โมนที่สำคัญซึ่งช่วยในกระบวนการต่าง ๆ เช่น การเจริญเติบโต การเผาผลาญ และการควบคุมความดันโลหิตและอุณหภูมิ ที่สำคัญคือ มันอยู่ใกล้กับหลอดเลือดแดงคาโรติด (carotid arteries) ซึ่งเป็นหลอดเลือดที่สำคัญที่ส่งเลือดไปเลี้ยงสมอง และเส้นประสาทตาที่ควบคุมการมองเห็น ซึ่งหากเขาไม่ได้รับการผ่าตัดครั้งนี้ เขาอาจมองไม่เห็นในที่สุด ตามที่ศัลยแพทย์จากโรงพยาบาล UCL (University College London)

ฮิบเบิร์ตเล่าว่า อาการป่วยของเขาไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที แต่ด้วยเนื้องอกที่เริ่มกดทับเส้นประสาทตา ทำให้การมองเห็นรอบข้างของเขาลดลง อีกทั้งเขารู้สึกเหนื่อยล้าและเวียนศีรษะอย่างรุนแรง  รวมถึงเริ่มสะดุดสิ่งของต่าง ๆ  แล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเขาคือด้านอารมณ์และจิตใจ ถึงแม้จะมีคนใจดีหลายคนเสนอความช่วยเหลือให้เขา แต่เขาก็ไม่อยากเป็นภาระให้กับคนอื่น

การนำเครื่องมือ AI ทางการแพทย์มาใช้

ศัลยแพทย์จากโรงพยาบาล UCL ได้ทำการใช้เครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยการผ่าตัดสมองโดยเฉพาะ เนื่องจากจากในการระบุตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุดในการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อกายวิภาคของแต่ละคนแตกต่างกัน 

อีกทั้งการผ่าตัดที่ว่า ยังมีอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนแตกต่างกันไป โดยมีโอกาสประมาณ 25–50% ที่จะไม่สามารถนำเนื้องอกออกมาได้ทั้งหมด และมีโอกาส 0.5–2% ที่จะเกิดการบาดเจ็บต่อหลอดเลือดเส้นหลัก นี่จึงเป็นสาเหตุที่ต้องนำ AI เข้ามาช่วยในการผ่าตัด 

เทคโนโลยีทางการแพทย์ด้านการผ่าตัดสมอง

สำหรับการผ่าตัดจะต้องทำการสอดกล้องเอนโดสโคป (endoscope) กล้องขนาดเล็กที่ติดอยู่บนแท่ง ผ่านทางจมูกไปยังฐานกะโหลกศีรษะ

ขณะที่บนใบหน้า ระบบจะวิเคราะห์ภาพวิดีโอสด ติดตามเครื่องมือผ่าตัด และทำเครื่องหมายบริเวณที่เส้นเลือดและเส้นประสาทน่าจะอยู่มากที่สุด โดยเน้นบริเวณที่ปลอดภัยที่สุดในการผ่าตัดเนื้องอก โดยจะทำงานคล้ายกับเทคโนโลยีการจดจำใบหน้าในโทรศัพท์ แต่จะจดจำโครงสร้างทางกายวิภาคที่สำคัญและมักซ่อนอยู่แทน 

นักวิจัยได้ฝึกฝนและประเมินระบบ AI ของพวกเขาจากวิดีโอการผ่าตัดเนื้องอกต่อมใต้สมองหลายร้อยเคส โดยวาดเส้นรอบเส้นเลือดและเส้นประสาทในแต่ละวิดีโออย่างระมัดระวัง เพื่อช่วยให้ระบบเก็บข้อมูลและเริ่ม "จดจำ" โครงสร้างที่สำคัญได้อย่างแม่นยำที่สุด 

ศาสตราจารย์ฮานี มาร์คัส (Hani Marcus) แพทย์ผู้ช่วยการผ่าตัด กล่าวว่า เครื่องมือนี้ ได้รับการฝึกฝนด้านการผ่าตัดมากกว่าที่ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่ที่เคยเห็นหรือเคยทำมาตลอดทั้งชีวิต และสามารถทำหน้าที่เหมือนเป็นดวงตาคู่ที่สองของผู้เชี่ยวชาญได้ โดยเครื่องมือ AI นี้ ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วยเท่านั้น และศัลยแพทย์ยังคงควบคุมทุกอย่างได้อย่างเต็มที่

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยสุขภาพและการดูแลแห่งชาติและ Google และพัฒนาโดยนักวิจัยที่ UCL (University College London) พวกเขารู้สึกยินดีกับผลลัพธ์ในระยะแรกในการผ่าตัดจริง และผลการกำลังดำเนินการทดลองที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฮิบเบิร์ตถือเป็นคนแรกของคนโลก ที่ผ่าตัดสมองโดยมี AI ช่วยได้สำเร็จ หลังจากที่แพทย์ได้ เสนอ ให้เขาลองผ่าด้วยเครื่องมือ AI ซึ่งฮับเบิร์ตกล่าวอย่างมั่นใจว่า เขาไม่มีความลังเลเลย พร้อมกับกล่าวประโยคที่น่าชื่นชมว่า “ถ้าผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะเข้าร่วมการวิจัย แพทย์จะเรียนรู้ได้อย่างไร และวงการแพทย์จะก้าวหน้าได้อย่างไร”

ฮับเบิร์ต กล่าวย้ำว่า รู้สึกเหมือนได้ชีวิตใหม่ มองเห็นได้ชัดกว่าเดิม และใน 8 สัปดาห์หลังการผ่าตัด เขาสังเกตเห็นว่าสายตาของเขาดีขึ้นทุก ๆ 2-3 วัน 

นับเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่งที่ AI สามารถเป็นผู้ช่วยการผ่าตัดให้กับแพทย์ เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลที่แม่นยำ และอาจช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอการรักษาอีกมากมายได้อีกทั่วโลก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง