ครูน้อยโคราชเครียดหนัก หวั่นถูกชี้มูลเอี่ยวทุจริตฟุตซอล ตัดสินใจลาออกจากราชการ วอน บิ๊กตู่ ช่วย

ครูน้อยโคราชเครียดหนัก หวั่นถูกชี้มูลเอี่ยวทุจริตฟุตซอล ตัดสินใจลาออกจากราชการ วอน บิ๊กตู่ ช่วย
มติชน
19 พฤศจิกายน 2563 ( 11:18 )
83
ครูน้อยโคราชเครียดหนัก หวั่นถูกชี้มูลเอี่ยวทุจริตฟุตซอล ตัดสินใจลาออกจากราชการ วอน บิ๊กตู่ ช่วย

ความคืบหน้ากรณีบุคลากรทางการศึกษาและครูในจังหวัดนครราชสีมา ถูกชี้มูลความผิดจาก ป.ป.ช. โดยลงโทษไล่ออกจากราชการ จำนวน 8 คน และกำลังจะมีคำสั่งไล่ออกอีก 56 คน จากคดีทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงปี 2555 ทำให้ครูในโรงเรียนต่างๆ ที่เคยเป็นคณะกรรมการตรวจรับงาน พากันหวาดวิตก และเกิดความเครียดกันอย่างมาก เพราะกลัวว่าจะถูกชี้มูลความผิด และถูกลงโทษไล่ออกจากราชการเหมือนกัน

 

วันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนชุมชนบ้านเพชร หมู่ที่ 1 ต.บิง อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ได้รับงบประมาณ จำนวน 2,500,000 บาท เพื่อดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง สร้างสนามฟุตซอลให้กับนักเรียน เมื่อปี 2555

 

 

พบกับนายสุทธิวิทย์ เชื่อมกลาง อายุ 59 ปี อดีตครูโรงเรียนแห่งนี้ ที่เพิ่งจะลาออกจากราชการครู เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว หลังเกิดความเครียดอย่างหนัก เมื่อทราบข่าวว่าผู้อำนวยการโรงเรียน ตกเป็น 1 ในครู 56 คน ที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด และกำลังจะมีคำสั่งไล่ออก

 

 

โดยนายสุทธิวิทย์ ได้พาไปดูแผ่นยางพาราที่ใช้ปูพื้นสนามฟุตซอล ซึ่งถูกนำไปวางซ้อนไว้ในอาคารเอนกประสงค์หลังโรงเรียน โดยไม่ได้มีการนำออกมาใช้ประโยชน์ใดๆ มานานกว่า 7 ปีแล้ว เนื่องจากต้องเก็บไว้เป็นของกลางที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ทำให้ปัจจุบันนักเรียนต้องใช้สนามพื้นคอนกรีตเล่นฟุตซอลแทน

 

นายสุทธิวิทย์ กล่าวว่า ตนเป็นครูโรงเรียนชุมชนบ้านเพชรมานานกว่า 39 ปี และได้ทุ่มเทสอนนักเรียนด้วยจิตวิญญาณความเป็นครูมาตลอด เมื่อมีโครงการอะไรดีๆ ก็จะพยายามนำมาพัฒนาโรงเรียนให้มีความเจริญ ไม่ให้ด้อยกว่าที่อื่น ดังนั้นเมื่อปี 2555 ทางผู้อำนวยการโรงเรียน ได้แจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขัันพื้นฐาน(สพฐ.) มีงบประมาณอุดหนุนโครงการสร้างสนามฟุตซอลให้กับโรงเรียน จึงได้มาสอบถามครูที่โรงเรียนว่าอยากได้หรือไม่ ซึ่งครูที่โรงเรียนทั้งหมดก็หวังดีอยากให้เด็กนักเรียนได้สนามฟุตซอลที่มีมาตรฐาน และความปลอดภัย ทางโรงเรียนจึงได้ทำเรื่องเสนอของบประมาณส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิจารณา

 

 

ต่อมาจึงได้รับอนุมัติงบประมาณ และมีการประกาศประกวดราคา หาผู้รับเหมา ดำเนินการตามขั้นตอนทุกประการ ซึ่งทางโรงเรียนชุมชนบ้านเพชร เพิ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณมากขนาดนี้เป็นครั้งแรก และการจัดซื้อทางอิเล็กทรอนิคก็ไม่เคยทำเลย ประกอบกับที่โรงเรียนก็ไม่มีอินเตอร์เน็ต จะใช้อินเตอร์เน็ตแต่ละครั้งต้องไปขอใช้ที่โรงเรียนอื่นหรือที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ ทำให้เกิดความยุ่งยากมาก

 

 

ส่วนครูที่มีอยู่ในโรงเรียนขณะนั้น ก็มีแค่ 7 คน ก็ต้องเวียนกันเป็นคณะกรรมการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กรรมการกำหนด TOR, กรรมการกำหนดราคากลาง, กรรมการประกวดราคา, กรรมการควบคุมงานจ้าง, และกรรมการตรวจรับงานจ้าง ซึ่งครูแต่ละคนก็จะต้องไปเป็นคณะกรรมการตามที่ผู้อำนวยการโรงเรียนแต่งตั้งขึ้นมา ดังนั้นทุกคนจึงได้มีความตั้งใจทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจจริงๆ แต่ภายหลังผู้อำนวยการโรงเรียนถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดว่าเกี่ยวพันกับการทุจริตโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน และกำลังจะถูกไล่ออกจากราชการ ก็ทำให้ครูที่เป็นคณะกรรมการทั้ง 7 คน รู้สึกเครียดกันอย่างมาก

 

 

หลายคนต้องกินยาคลายเครียด บางคนเครียดถึงขั้นต้องเข้านอนในโรงพยาบาลเลยก็มี เพราะกลัวว่าจะถูกชี้มูลความผิดไล่ออกจากราชการเหมือนกัน ซึ่งครูทั้ง 7 คนนั้น ตอนนี้เกษียนออกมาแล้ว 3 คน ส่วนตนนั้นเครียดมาก จนต้องตัดสินใจลาออกจากราชการครูไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าถ้าเครียดมากแล้วจะส่งผลกระทบทำให้การสอนนักเรียนไม่มีประสิทธิภาพได้

 

 

หลังจากนั้นนายสุทธิวิทย์ และเพื่อนครูที่เคยเป็นคณะกรรมการฯ ตรวจรับงานอีก 3 คน ได้มายืนยกมือไว้ พร้อมทั้งกล่าวขอวิงวอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, ป.ป.ช.และผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมกับครูที่ตกเป็นจำเลยด้วย เพราะหากถูกไล่ออกจากราชการแล้ว ไม่รู้จะไปประกอบอาชีพอะไร เนื่องจากตนและเพื่อนครูเหล่านี้ ล้วนแต่มีอาชีพเป็นครูมาตลอดชีวิต ก็หวังว่าจะได้ใช้เงินบำนาญจากการเกษียณอายุราชการ ใช้เลี้ยงชีพในบั้นปลายชีวิตเท่านั้นเอง

 

 

 

รวมสิทธิส่งเสริมคุณภาพชีวิต เกาะติดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทันเรื่องราวกระแสสังคม

สัมผัสประสบการณ์ข่าวได้ที่ แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง