นายกฯ ปลื้ม 4 บิ๊กเทคจีน ขยายลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้าน ดัน R&D

นายกฯ ปลื้ม 4 บิ๊กเทคจีน พร้อมขยายลงทุนไทยกว่า 7 หมื่นล้านบาท ควบคู่เพิ่มทักษะแรงงาน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยผลการนำคณะทีมไทยแลนด์หารือกับผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน 4 บริษัท โดยระบุว่า นักลงทุนจีน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง มีความเชื่อมั่นในประเทศไทย และพร้อมขยายการลงทุนเพิ่มเติม พร้อมให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงการยกระดับทักษะแรงงานไทย (Upskill) เพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการหารือได้รับการยืนยันจากผู้บริหารบริษัททั้ง 4 แห่งว่า มีแผนลงทุนในประเทศไทยรวมมูลค่ากว่า 70,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยจะมุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและความแม่นยำ อาทิ อุปกรณ์รับส่งสัญญาณทางแสง (Optical Transceiver) สำหรับธุรกิจ Data Center อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ไมโครชิปเพื่อการสื่อสารความเร็วสูง และการขยายกำลังการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวคาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นตำแหน่ง โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทย เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่จากบริษัทชั้นนำระดับโลก สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
นายอนุทิน กล่าวว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจีนเลือกประเทศไทยเป็นฐานการลงทุน คือความเชื่อมั่นในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบคมนาคมและสาธารณูปโภค ซึ่งเอื้อต่อการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนและสินค้าเทคโนโลยีนอกประเทศจีน เพื่อรองรับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์
ด้าน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และเลขาธิการ BOI ได้หารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของจีน 4 ราย ได้แก่ Xiaomi Corporation, ChangAn Automobile, InnoLight Technology และ Eoptolink Technology เพื่อผลักดันแผนการลงทุนและสร้างความเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคตระหว่างไทยและจีน
Xiaomi สนใจไทยเป็นฐาน EV และศูนย์วิจัยพัฒนาภูมิภาค
ในการหารือกับ Xiaomi Corporation ซึ่งเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับ 3 ของโลก และผู้พัฒนาอุปกรณ์ AIoT รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้า นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาขยายการลงทุนด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมนำเสนอศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิต EV และศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับภูมิภาค
รัฐบาลยืนยันความพร้อมในการสนับสนุนผ่านมาตรการ Thailand FastPass มาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การจัดหาพลังงานสะอาด การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และการผลักดันการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปให้แล้วเสร็จภายในปีนี้
ChangAn ขยายฐานผลิต EV เพิ่มเป็น 2 แสนคันต่อปี
ChangAn Automobile ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 4 ของจีน ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีนที่ลงทุนสายการผลิตเต็มรูปแบบ มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาสำหรับตลาดอาเซียนและตลาดโลก
บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 100,000 คันต่อปี เป็น 200,000 คันต่อปี ภายในปี 2573 พร้อมจัดตั้งสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาค ศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ
นายกรัฐมนตรีให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัท และเชิญชวนให้พิจารณาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
InnoLight และ Eoptolink ขยายลงทุน รองรับ AI Data Center
นายกรัฐมนตรีและคณะยังได้หารือกับผู้บริหาร InnoLight Technology และ Eoptolink Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงความเร็วสูงสำหรับ AI Data Center ระบบโทรคมนาคม และโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง
InnoLight ซึ่งเป็นผู้ครองส่วนแบ่งตลาดโลกอันดับ 1 ด้าน Optical Transceiver ได้ลงทุนในประเทศไทยแล้วกว่า 35,800 ล้านบาท มีฐานการผลิตในจังหวัดสระบุรีและพระนครศรีอยุธยา จ้างงานบุคลากรไทยกว่า 12,000 คน รวมถึงวิศวกรไทยกว่า 1,500 คน และมีแผนเพิ่มการจ้างงานเป็น 20,000 คน ภายในปีนี้ พร้อมเตรียมก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ในจังหวัดสระบุรี
นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณบริษัทที่เลือกลงทุนในประเทศไทย และเชิญชวนให้พิจารณาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยรัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวกเพื่อให้กระบวนการดำเนินการเป็นไปอย่างรวดเร็ว
ส่วน Eoptolink Technology ผู้ผลิต Optical Transceiver รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน ปัจจุบันมีโรงงานในจังหวัดชลบุรีและระยอง มูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท จ้างงานคนไทยกว่า 9,000 คน และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรม AI และ Cloud Data Center ทั่วโลก
นายนฤตม์ กล่าวว่า บริษัททั้ง 4 แห่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกที่ทำธุรกิจกับบริษัทชั้นนำ เช่น Google, Microsoft, NVIDIA และ Amazon โดยรัฐบาลมีเป้าหมายดึงการลงทุนที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา และการพัฒนาบุคลากรไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสร้างงานคุณภาพสูงให้กับคนไทยในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
