'เทพไท' จวก รบ.ดื้อตาใส ไม่ทบทวนวิธีเยียวยา พิษโควิด-19 ไม่เข้าใจคนไม่มีข้าวกิน

'เทพไท' จวก รบ.ดื้อตาใส ไม่ทบทวนวิธีเยียวยา พิษโควิด-19 ไม่เข้าใจคนไม่มีข้าวกิน
มติชน
18 เมษายน 2563 ( 10:53 )
22
'เทพไท' จวก รบ.ดื้อตาใส ไม่ทบทวนวิธีเยียวยา พิษโควิด-19 ไม่เข้าใจคนไม่มีข้าวกิน

เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาลว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบ1เดือนแล้ว ที่รัฐบาลยังดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ได้รับกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งๆที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อยู่ในลักษณะทรงตัว หลังจากรัฐบาลประกาศล็อคดาวน์ และพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯมาเป็นเวลาเกือบ1เดือน ชาวบ้านอดยาก ไม่มีรายได้ ไม่มีข้าวกิน มาเป็นเวลาหลายวัน แต่กระบวนการช่วยเหลือเยียวยาของรัฐบาลล่าช้า ทำให้คนจนที่ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีรายได้ ที่หากินแบบวันต่อวัน หรือต้องหาเช้ากินค่ำ มีความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส การที่รัฐบาลเปิดให้มีการลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือเยียวยาในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ล่าสุดจำนวน 27.5 ล้านคน แต่ตอนนี้ได้รับการเยียวยาแค่ 4 ล้านคน ยังเหลือคนที่รอการช่วยเหลืออีกจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์จากการเยียวยา ต้องไปอุทธรณ์ หรือทบทวนสิทธิ์อีก ในวันที่ 20 เมษายน จะต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 พฤษภาคม ถ้ายังมีข้อสงสัยก็ต้องใช้กลไกหรือตัวแทนของกระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย ลงไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงในพื้นที่เพื่อความถูกต้อง ไม่มีหลักประกันว่าจะยืดเยื้อเสร็จสิ้นเมื่อใด

นายเทพไท กล่าวต่อว่า การที่รัฐบาลออกมาบอกว่าจะจ่ายคืนย้อนหลังให้2เดือน สำหรับการเยียวยาที่ล่าช้านั้น เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะการเยียวยาช่วยเหลือคนจน ต้องทำเร่งด่วนในทันที ไม่ควรมีการจ่ายย้อนหลัง เพราะไม่ใช่การชำระหนี้ แต่เป็นการช่วยเหลือให้คนมีกินมีใช้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19เท่านั้น การแก้ปัญหาของรัฐบาลในลักษณะเช่นนี้ ก็จะทำให้เกิดความล่าช้า ยืดเยื้อ และความเดือดร้อนของประชาชน จะไม่ได้รับการแก้ไขในทันท่วงที จึงไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลยังดื้อตาใส ที่ไม่ทบทวนโครงการนี้ เพื่อเปลี่ยนไปเลือกใช้แนวทางตามที่ได้เสนอไว้ มีผู้เห็นด้วยเป็นจำนวนมากคือ 1.จ่ายให้กับคนไทยทุกคนอายุ 18 ปีขึ้นไปมีเงินฝากไม่เกิน 1แสนบาท หรือ 2.จ่ายให้กับทุกครัวเรือน ครัวเรือนละ 10,000 บาท ถ้าเลือกใช้ 2 แนวทางนี้จะเยียวยาสำเร็จได้ภายในไม่เกิน 10 วัน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่เมื่อรัฐบาลยืนกระต่ายขาเดียว ที่จะใช้วิธีการเดิม ก็ต้องใช้เวลายาวนานหลายเดือนไม่ทันต่อเหตุการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้น

“รัฐบาลอาจจะไม่เข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนจน ที่ไม่มีข้าวจะกินในแต่ละมื้อในแต่ละวันว่ามีความทุกข์ทรมานมากน้อยแค่ไหน อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที ไม่ควรใช้ระบบทางราชการ มาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของคนจน ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้”นายเทพไท กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง