อว.เผยไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 47 ล้านโดส กทม.มากสุด ฉีดเข็มแรก 98.5%

อว.เผยไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 47 ล้านโดส กทม.มากสุด ฉีดเข็มแรก 98.5%
TNN ช่อง16
25 กันยายน 2564 ( 12:18 )
26
อว.เผยไทยฉีดวัคซีนโควิดแล้ว 47 ล้านโดส กทม.มากสุด ฉีดเข็มแรก 98.5%

วันนี้ (25 ก.ย.64) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 6,069 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 32.3 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 388 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 183 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 348.13 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (77.8% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 131.45 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 24 กันยายน 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 47,296,431 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 58.74%

ในการฉีดวัคซีน จำนวน 6,069 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ



1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 24 กันยายน 2564

          จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 47,296,431 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น

          -เข็มแรก 29,998,440 โดส (45.3% ของประชากร)

          -เข็มสอง 16,673,867 โดส (25.2% ของประชากร)

          -เข็มสาม 624,124 โดส (0.9% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.- 24 ก.ย. 64 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 47,296,431 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 626,896 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 564,904 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย

          วัคซีน Sinovac

          - เข็มที่ 1 14,749,781 โดส

          - เข็มที่ 2 3,501,863 โดส

          - เข็มที่ 3 0 โดส

          วัคซีน AstraZeneca

          - เข็มที่ 1 10,240,852 โดส

          - เข็มที่ 2 10,229,486 โดส

          - เข็มที่ 3 220,340 โดส

          วัคซีน Sinopharm

          - เข็มที่ 1 4,583,535 โดส

          - เข็มที่ 2 2,468,012 โดส

          - เข็มที่ 3 0 โดส

          วัคซีน Pfizer

          - เข็มที่ 1 424,272 โดส

          - เข็มที่ 2 474,506 โดส

          - เข็มที่ 3 403,784 โดส

4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย

          - บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่1 124.3% เข็มที่2 116.9% เข็มที่3 87.7%

          - เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่1 60.5% เข็มที่2 47.1% เข็มที่3 0%

          - อสม เข็มที่1 71.1% เข็มที่2 52.2% เข็มที่3 0%

          - ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่1 55.2% เข็มที่1 28.9% เข็มที่3 0%

          - ประชาชนทั่วไป เข็มที่1 61.5% เข็มที่2 32.5% เข็มที่3 0%

          - ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 55.6% เข็มที่2 29.7% เข็มที่3 0%

          - หญิงตั้งครรภ์ เข็มที่1 12.6% เข็มที่2 7.1% เข็มที่3 0%

          รวม เข็มที่1 60% เข็มที่2 33.3% เข็มที่3 1.2%

5. จังหวัดที่ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 แบ่งเป็น 2 ชุดข้อมูล

          กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข็มที่1 77.3% เข็มที่2 38% เข็มที่3 1.3% ประกอบด้วย

          - กรุงเทพฯ เข็มที่1 98.5% เข็มที่2 45% เข็มที่3 1.9%

          - สมุทรสาคร เข็มที่1 60.9% เข็มที่2 31.5% เข็มที่3 0.6%

          - นนทบุรี เข็มที่1 61.1% เข็มที่2 32.1% เข็มที่3 0.7%

          - สมุทรปราการ เข็มที่1 57.6% เข็มที่2 34.2% เข็มที่3 0.6%

          - ปทุมธานี เข็มที่1 49.1% เข็มที่2 31.7% เข็มที่3 0.8%

          - นครปฐม เข็มที่1 39.2% เข็มที่2 21.3% เข็มที่3 0.7%

          จังหวัดอื่น ๆ 71 จังหวัด เข็มที่1 32.4% เข็มที่2 19.3% เข็มที่3 0.7%

          - ฉะเชิงเทรา เข็มที่1 62.5% เข็มที่2 29.9% เข็มที่3 0.6%

          - ชลบุรี เข็มที่1 61.3% เข็มที่2 32.2% เข็มที่3 1%

          - พระนครศรีอยุธยา เข็มที่1 51% เข็มที่2 27.5% เข็มที่3 0.5%

          - เพชรบุรี เข็มที่1 45% เข็มที่2 30% เข็มที่3 0.8%

          - ยะลา เข็มที่1 44.5% เข็มที่2 21.9% เข็มที่3 0.7%

          - สงขลา เข็มที่1 38.8% เข็มที่2 23.7% เข็มที่3 1.2%

6. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 348,133,639 โดส ได้แก่

          1. อินโดนีเซีย จำนวน 131,457,145 โดส (30.5%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm

          2. ไทย จำนวน 47,296,431 โดส (45.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm

          3. ฟิลิปปินส์ จำนวน 43,088,582 โดส (21.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca

          4. มาเลเซีย จำนวน 41,573,883 โดส (68.7%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac

          5. เวียดนาม จำนวน 36,152,556 โดส (29.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm

          6. กัมพูชา จำนวน 24,385,751 โดส (75.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac

          7. พม่า จำนวน 9,742,585 โดส (11.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm

          8. สิงคโปร์ จำนวน 9,176,863 โดส (77.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac

          9. ลาว จำนวน 4,826,961 โดส (39%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca

          10. บรูไน จำนวน 432,882 โดส (59.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm

          * คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

7. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค

          1. เอเชียและตะวันออกกลาง 68.60%

          2. อเมริกาเหนือ 9.97%

          3. ยุโรป 11.62%

          4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.97%

          5. แอฟริกา 2.31%

          6. โอเชียเนีย 0.53%

8. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก

          1. จีน จำนวน 2,186.58 ล้านโดส (78.1% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)

          2. อินเดีย จำนวน 841.23 ล้านโดส (30.8%)

          3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 387.82 ล้านโดส (60.6%)

          4. บราซิล จำนวน 227.16 ล้านโดส (55.1%)

          5. ญี่ปุ่น จำนวน 154.97 ล้านโดส (61.4%)

9. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)

          1. มัลดีฟส์ (97.4% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)

          2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (91.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)

          3. อุรุกวัย (87%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)

          4. บาห์เรน (85.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)

          5. คิวบา (84.2%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna J&J และ AstraZeneca/Oxford)

          6. กาตาร์ (83.8%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)

          7. อิสราเอล (82%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)

          8. ชิลี (81.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)

          9. จีน (78.1%) (ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sinovac และ CanSino)

          10. สิงคโปร์ (77.8%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)

ข้อมูลจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ภาพจาก TNN ONLINE และ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง