โลกตะลึง! ม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภา ไบเดนชี้ก่อจราจล

โลกตะลึง! ม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภา ไบเดนชี้ก่อจราจล
มติชน
7 มกราคม 2564 ( 09:00 )
36
โลกตะลึง! ม็อบหนุนทรัมป์บุกรัฐสภา ไบเดนชี้ก่อจราจล

ผู้นำโลกพากันแสดงความช็อกหลังจากกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งสนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้บุกเข้าไปในอาคารรัฐสภาในวันที่ 6 มกราคม ขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสกำลังประชุมหารือกัน โดยหวังจะคว่ำผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่นายโจ ไบเดน เป็นผู้ได้รับชัยชนะ

 

นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ทวีตว่าเขาช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวอชิงตัน เพราะสภาคองเกรสถือเป็นดั่งวิหารของประชาธิปไตย เราเชื่อมั่นว่าสหรัฐจะสามารถรับรองความสงบสุขในการถ่ายโอนอำนาจไปยังนายไบเดน

 

ขณะที่นางอูร์ซุลา วอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปการแสดงความเชื่อมั่นต่อความเข้มแข็งของสถาบันและประชาธิปไตยของสหรัฐ การถ่ายโอนอำนาจโดยสันติถือเป็นหัวใจหลัก นายไบเดนเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และเธอตั้งตารอที่จะทำงานร่วมกับประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐต่อไป

 

 

นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษทวีตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัฐสภาสหรัฐเป็นเรื่องอัปยศ สหรัฐได้ยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยทั่วโลก จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในขณะนี้ที่จะต้องมีการถ่ายโอนอำนาจโดยสันติและเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

นายสเตฟาน เลอเวน นายกรัฐมนตรีสวีเดนทวีตว่า สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นการโจมตีประชาธิปไตย ประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกสภาคองเกรสต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้กระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีตามระบอบประชาธิปไตยจะต้องได้รับการเคารพ

 

ด้านนายสก็อต มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ทวีตว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงวอชิงตันเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลใจ พร้อมกับประณามการใช้ความรุนแรง และรอให้มีการถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติไปยังรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งตามธรรมเนียมประชาธิปไตยอันยิ่งใหญ่ของสหรัฐ

 

 

นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ทวีตว่า กำลังติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เชื่อมั่นในความเข้มแข็งของประชาธิปไตยสหรัฐ และเชื่อว่านายไบเดน ประธานาธิบดีใหม่จะสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด และรวบรวมให้ประชาชนสหรัฐกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้อีกครั้ง

 

นายไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี กล่าวว่า ศัตรูของประชาธิปไตยจะรู้สึกว่าได้รับการส่งเสียงเชียร์จากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของสหรัฐ และว่าความรุนแรงเกิดขึ้นจากคำพูดยั่วยุที่ทำให้คนเดือดดาล พร้อมกับเรียกร้องให้ทรัมป์และผู้สนับสนุนยอมรับการตัดสินใจของชาวอเมริกัน และหยุดเหยียบย่ำประชาธิปไตย

 

ขณะที่นายไบเดนออกมาระบุว่า ประชาธิปไตยของสหรัฐกำลังถูกโจมตีอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พร้อมกับเรียกร้องให้ทรัมป์ออกทีวีเพื่อทำตามคำสาบานที่เคยให้ไว้ว่าจะปกป้องประชาธิปไตย และบอกให้กลุ่มผู้สนับสนุนยุติการยึดรัฐสภา

 

“การบุกเข้าไปในรัฐสภา ทุบกระจก ยึดครองสำนักงานของสมาชิกวุฒิสภา ค้นข้าวของบนโต๊ะทำงานกระจุยกระจาย และข่มขู่ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้ง นี่ไม่ใช่การประท้วงแต่เป็นการก่อจราจล”ไบเดนระบุ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง