โลหะหนักในแม่น้ำปราจีน ปลาตาย-คนไม่กล้ากินปลา แม่ค้า ประมงขาดทุนขายปลาไม่ได้

ก่อนหน้านี้ขยะพิษปนเปื้อน น้ำดำ ตอนนี้ปลาลอยตายตลอดแนวแม่น้ำและลำน้ำสาขา ปราจีนบุรี กระทบยันชาวบ้านขายปลาไม่ได้ ธุรกิจประมงขาดทุน
นี่ต่างนำมาสู่คำถามว่า ทำไมปลาถึงตาย เป็นผลพวงจากภัยธรรมชาติ หรือเกิดจากการลักลอบปล่อยสารพิษจากภาคอุตสาหกรรม และชาวบ้านได้รับผลกระทบแค่ไหน ?
การสำรวจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรายงานในพื้นที่ พบว่าปลาตายในปราจีนบุรี ในหลายอำเภอ มีทั้งปลาที่เพาะเลี้ยงในกระชังและกบ และปลาของเกษตรกรในบ่อดิน ที่รวมแล้วผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 4,000 ราย และความเสียหายเกือบ 1,400 ล้านบาท โดยมีข้อสันนิษฐานและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 2 ด้านหลัก
หนึ่งคือ ภาวะช็อกค่าน้ำ หรือน็อคน้ำ และสองคือพิษจากโรงงานขยะ ที่ชาวบ้านพบคราบน้ำมัน คราบฟิล์มสีรุ้ง และน้ำสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นในลำน้ำ ทำให้คาดว่ามาจากบ่อฝั่งกลบขยะที่มีสารพิษปนเปื้อน
ผู้สื่อข่าว TNN ได้ลงพื้นที่พูดคุยกับแม่ค้า หนึ่งในนั้นคือนางนก แม่ค้าขายปลา ในจังหวัดปราจีนบุรีเล่าว่า สถานการณ์ ตอนนี้แย่คนขายก็แย่ “เคยขายวันละ 100 กิโลกรัม วันนี้ขายได้ประมาณ 20 กิโลกรัม ลูกค้าที่มาซื้อส่วนใหญ่ก็จะถามว่าปลานี้มาจากไหน ปลาปราจีนบุรีบ้านเราก็แทบจะไม่มีเหลือแล้ว ปลาแม่น้ำตายหมดเลยคนที่เลี้ยง ตอนนี้ก็สั่งมาจากโคราชราคาส่งก็สูงนี้เขาส่งหนูอยู่โลละ 115 บาท แต่คนซื้อก็น้อยลง ตอนนี้ก็อยากให้ทางการเร่งแก้ปัญหา ตอนนี้ว่าถ้าปลามาจากปราจีนฯ ไม่มีใครเชื่อแล้วไม่มีใครอยากกินเขากลัวสารตะกั่วกัน”
ด้านร้านค้าปลาตากแห้งและปลาสดด้านในตลาด พบว่า ไม่มีคนมาซื้อปลาไปประกอบอาหารแต่อย่างใด ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากให้แก้ปัญหา เพราะจากเดิมเจ้าหนึ่งขายได้วันละนับ 1,000 บาท วันนี้จนบ่ายขายปลาไปขาย 175 บาทเอง ไม่ขายก็ไม่มีอาชีพที่จะทำแล้ว
ด้านประมงเอง ผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง อำเภอบ้านสร้างก็เล่าว่า ตอนนี้ได้รับผลกระทบ เหลือปลาทับทิมรอดตายไม่กี่สิบตัว และประเมินสถานการณ์ในอนาคตไม่ถูก เนื่องจากไม่รู้ว่าอนาคตสภาพน้ำจะดีขึ้นตอนไหน แต่หลังจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทนรวงเกษตรเดินทางมาเยี่ยมก็ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นายพรณรงค์ วิ่งสุนทร เจ้าของปลากระชัง กล่าวว่า คุณภาพที่ดีขึ้นการลงเลี้ยงปลาในรอบต่อไปก็คงยังทำไม่ได้ ต้องรอดูสภาพตั้งแต่ด้านบน ไปถึงดูแหล่งต้นน้ำว่าจะขับสารพิษหรือออกซิเจนเมื่อไหร่ ไปถึงการซ่องแซมกระชัง “ตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าลงลูกปลา เพราะว่าค่าน้ำยังไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าจะลงก็อาจจะไม่ได้ลงแบบเต็มรูปแบบ อาจจะต้องเริ่มเริ่มทยอย” ทั้งตอนนี้ความเสียหายสูงถึงหลักล้านแล้ว และหากน้ำดี สามารถเลี้ยงปลาใหม่ได้อีกประมาณ 4 เดือน จะมีปลาส่งตลาด แต่เขามองว่า สิ่งที่น่ากลัวก็คือสิ่งที่เป็นที่เป็นโลหะหนักเป็นเคมีอะไรต่างๆ ที่มีอยู่ในการวัด ทำให้คนตื่นตระหนกและไม่อยากจะรับประทานปลาในแม่น้ำปราจีนบุรี
จากข้อสันนิษฐานเรื่องสารเคมีหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งเก็บตัวอย่างน้ำและสัตว์น้ำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อหาข้อเท็จจริง โดยผลตรวจพบว่า ค่าแอมโมเนียอยู่ในเกณฑ์ปกติ (0.22–0.48 มก./ล.) แต่ตรวจพบ อะลูมิเนียมสูงถึง 0.559–3.547 มก./ล. โดยจุดสูงสุดอยู่ที่สะพานปากน้ำบ้านหนองหอย
ผลตรวจเนื้อปลาธรรมชาติและปลาในกระชังจากสำนักงานประมงจังหวัด ยืนยันว่า สารปรอท แคดเมียม และตะกั่ว ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ผู้บริโภคสามารถรับประทานปลาได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตรวจวัดการสะสมของอะลูมิเนียมในเนื้อปลา ทั้งโฆษกรัฐบาลได้ระบุชัดเจนว่า การตรวจนี้ครอบคลุมเฉพาะโลหะหนัก 3 ชนิด ไม่ได้รวมถึงการวิเคราะห์อะลูมิเนียมในเนื้อปลา จึงยังไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานสรุปสาเหตุการตายของปลาทั้งหมดได้
สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่าแม้ไทยจะยังไม่มีเกณฑ์ควบคุมอะลูมิเนียมในน้ำผิวดินเนื่องจากเป็นธาตุที่มีในดินธรรมชาติ แต่ตาม เกณฑ์คุ้มครองสิ่งมีชีวิตในน้ำระดับสากล กำหนดไว้ไม่เกิน 0.75 มก./ล. หากมีปริมาณเกินเกณฑ์และน้ำมีสภาพเป็นกรด สัตว์น้ำอาจตายเฉียบพลันได้ ทั้งอาจกระทบระบบผลิตน้ำชุมชนระยะยาวด้วย
รัฐบาลย้ำว่ายังไม่ด่วนสรุปสาเหตุ โดย คพ. เตรียมลงพื้นที่เก็บตัวอย่าง "ตะกอนดิน" ท้องน้ำหลังระดับน้ำลดลง เพื่อพิสูจน์ให้ชัดว่าอะลูมิเนียมเกิดจากการชะล้างตามธรรมชาติหรือกากอุตสาหกรรม
ในขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับโรงงานขยะผิดกฎหมาย ก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ รวมถึงกระทรวงเกษตรฯ ที่จะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินชดเชยให้ทันตามกำหนด ด้านกรมประมงเตรียมแผนปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำประจำถิ่นกว่า 35 ชนิดพันธุ์ รวม 1,100 ล้านตัว เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์และสมดุลของแม่น้ำปราจีนบุรี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
