CPF โบรกมองมุมบวก ชี้ Q3 ลุ้นทำนิวไฮ หุ้นลงเป็นโอกาสซื้อ

CPF โบรกมองมุมบวก ชี้ Q3 ลุ้นทำนิวไฮ หุ้นลงเป็นโอกาสซื้อ
ทันหุ้น
10 กันยายน 2563 ( 10:46 )
90
CPF โบรกมองมุมบวก ชี้ Q3 ลุ้นทำนิวไฮ หุ้นลงเป็นโอกาสซื้อ

บริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุถึง CPF ว่า คงมุมมองบวกต่อ CPF แนวโน้ม 3Q63 อาจทำ New high ได้ การปรับตัวลงเป็นโอกาสซื้อ ชี้ราคาหุ้นปรับตัวลงเกินกว่าผลกระทบที่ได้จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ซื้อขายด้วย PER64ต่ำเพียง 11xสำหรับราคากากถั่วเหลือง ณ วันที่ 8 ก.ย. อยู่ที่ US$313.5/บุชเชลปรับตัวขึ้นราว 10% ในเวลาเพียง 1 เดือน แต่ถือว่ายังต่ำว่าเดือน มี.ค.ที่ขึ้นไปสูงกว่า US$330/บุชเชล และยังต่ำกว่า 2Q62 ที่สูงถึง US$320 - 330/บุชเชล ซึ่งในเวลานั้นราคากากถั่วเหลืองในรูปเงินบาทอยู่ที่ 14.50 - 14.75บาท/ก.ก. เทียบกับปัจจุบันอยู่ที่ 13.60 บาท/ ก.ก. ในกรณีแย่ที่สุดคือเพิ่มขึ้นไปเป็น 14-15 บาท/ก.ก. ไปเท่ากับ 2Q63หรือเพิ่มขึ้น 10% แต่ราคาหมูเวียดนาม 2Q62ต่ำเพียง 35,726 ดอง/ก.ก. และราคาหมูในประเทศอยู่ที่ 74บาท/ก.ก. เทียบกับปัจจุบันอยู่ที่ 75,000 - 80,000ดอง/ก.ก. และ 80 บาท/ก.ก. ตามลำดับ

 

โดย 2Q62 ยังสามารถทำกำไรปกติได้ถึง 4,000ลบ. แต่ต้นทุนกากถั่วเหลืองของ CPF ที่ใช้จริงในปัจจุบันจะต่ำกว่าราคาตลาดมากเพราะมีสต๊อกใช้ได้ถึงต้นปี 2564 เราจึงยังคงมุมมองแนวโน้มกำไร 3Q63ว่ามีโอกาสทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 7,000 ลบ. +/-การที่ราคาถั่วเหลืองปรับตัวขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มกำลังการผลิตหมูในประเทศจีนของผู้ประกอบการรายใหญ่เช่น Muyuan เพิ่มกำลังกาผรลิตเท่าตัวเป็น 20ล้านตัว ปีนี้ แต่ราคาถั่วเหลืองและข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำกว่าปกติ สู่ระดับใกล้ปกติ และเรายังมองกรณีแย่ที่สุดคือกากถั่วเหลืองกลับไปที่ 15บาท/ก.ก. และ ข้าวโพด 10-11 บาท/ก.ก. เพราะแม้จะมีอุปสงค์เพิ่มขึ้น แต่สภาวะอากาศปีนี้เอื้อต่อการออกผลผลิตเช่นกัน

 

นอกจากนี้ CPF มีธุรกิจอาหารสัตว์ในประเทศจีน สัดส่วนรายได้ราว 20%ของรายได้ทั้งหมดย่อมได้ประโยชน์จากการเลี้ยงหมูและไก่ในจีนเพิ่มขึ้นเช่นกันด้านผลกระทบกับราคาหมูเวียดนามอาจมีบ้างจากราคาตามภาคเหนือที่ติดชายแดนจีนอาจลดลง แต่ไม่ใช่พื้นที่หลักของ CPF ซึ่งการเลี้ยงหมูของ CPF ในเวียดนามใช้เพื่อการจำหน่ายภายในประเทศ ราคาปัจจุบันยังสูงที่ราว 75,000 - 80,000 ดอง/ก.ก. เทียบกับจุดคุ้มทุนที่ราว 35,000 - 36,000 ดอง/ก.ก. เทียบกับ 74,000ดองใน 2Q63 และ 38,000ดอง/ก.ก. ใน 3Q62 ยังสูงกว่าอยู่มากด้านผลกระทบต่อหมูไทยแทบไม่มีเพราะไทยไม่มีการส่งออกหมูไปจีน

 

ด้านการส่งออกไก่คาดว่ากระทบจำกัดเพราะแม้มี Supply หมูเพิ่มแต่ยังต่ำกว่าระดับปกติ USDA คาดปริมาณหมูพร้อมบริโภคปีนี้อยู่ที่ 455ล้านตัว และเพิ่มขึ้นเป็น 505 ล้านตัวในปี 2564ขณะที่ระดับก่อนเกิด ASF มีการบริโภคสูงถึง 680ล้านตัว/ปี ทำให้การนำเข้าไก่ของจีนยังจำเป็นเราปรับสมมติฐานราคาหมูในปี 2564 ในประเทศและในเวียดนามขึ้น 7.7%เป็น 70 บาท/ก.ก. และ 70,000ดอง/ก.ก. ซึ่งเรามองว่ายังเป็นสมมติฐานแบบ Conservative แต่ก็ปรับสมมติฐานราคาข้าวโพดและราคากากถั่วเหลืองขึ้น 5.3% และ 7.1%เป็น 10 บาท/ก.ก. และ 15บาท/ก.ก. ตามลำดับ ทำให้ GPM ปี 2564 เพิ่มขึ้นจาก 16.1%เป็น 16.4% จากราคาหมูที่ปรับเพิ่มแต่ลดลงจาก 17.0% ในปี 2563 จากราคาต้นทุนข้าวโพดและกากถั่วเหลืองที่ปรับขึ้น ส่งผลให้กำไรปี 2564เพิ่มขึ้นจากเดิม 9% เป็น 23,416ลบ. โต 9%

 

YoY ปรับไปใช้ราคารเป้าหมายเป็นสิ้นปี 2564 ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 49.50บาท (SOTP) จากมูลค่าของ CPALL 18.3 (เพิ่ม Holding discount จาก 30% เป็น 35%) และจากธุรกิจหลัก 31.10 บาท ราคาปัจจุบันปรับตัวลงด้วยปัจจัยที่ไม่สมเหตุสมผล ทำให้ซื้อขายด้วย PER64ต่ำเพียง 10.9x เป็นโอกาส “ซื้อ” ส่วนเรื่องประเด็น CPALL เพิ่มทุนนั้นผู้บริหารได้กล่าวในงาน Opp day วันที่ 2ก.ย. ว่ายังไม่มีความจำเป็น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง