รีเซต

สเปนพบผู้อพยพโมร็อกโกเสียชีวิตแล้ว 57 ราย หลังชายแดนแตก

สเปนพบผู้อพยพโมร็อกโกเสียชีวิตแล้ว 57 ราย หลังชายแดนแตก
TNN ช่อง16
1 สิงหาคม 2569 ( 08:12 )
7

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 คน จากเหตุผู้อพยพจำนวนมหาศาลพยายามเดินทางจากโมร็อกโกเข้าสู่ เซวตา (Ceuta) ดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ โดยมีผู้พยายามข้ามพรมแดนราว 50,000 คน ในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ทางการสเปนระบุว่า ภายในเย็นวันศุกร์ ผู้อพยพส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับโมร็อกโกแล้ว

การหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพจำนวนมากทำให้นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ต้องเดินทางไปยังเซวตาโดยด่วน ขณะที่อิตาลีประกาศระงับการใช้ข้อตกลง เชงเกน (Schengen) กับสเปนเป็นการชั่วคราว และฝรั่งเศสเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตามแนวชายแดนติดกับสเปน

เจ้าหน้าที่ในเซวตาระบุว่า ผู้เสียชีวิตจำนวนมากจมน้ำ ขณะที่ฝูงชนจำนวนมหาศาลพยายามข้ามพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเลเมื่อวันพฤหัสบดี จนเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนไม่สามารถรับมือได้

ก่อนหน้านี้ ทางการสเปนประกาศว่าจะเร่งผลักดันผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศกลับโดยเร็ว แม้ว่าศาลฎีกาของสเปนจะมีคำวินิจฉัยล่าสุดว่า ผู้อพยพที่เดินทางเข้ามาทางทะเลไม่สามารถถูกส่งกลับโมร็อกโกได้ทันที

อย่างไรก็ตาม ผู้อพยพจำนวนมากดูเหมือนจะเดินทางกลับเอง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีผู้คนหลายร้อยคนเดินกลับโมร็อกโกผ่านด่านชายแดนและช่องโหว่ตามแนวรั้ว โดยบางคนให้เหตุผลว่าไม่สามารถหาอาหารหรือที่พักในเซวตาได้ กระทรวงมหาดไทยของสเปนระบุว่า มีผู้ข้ามพรมแดนราว 50,000 คน ตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดี

นายกรัฐมนตรีซานเชซกล่าวว่า การข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ครั้งนี้ถือเป็น "การละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของสเปน" และกล่าวโทษว่ามาจากข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งขบวนการค้ามนุษย์เผยแพร่ หลังคำตัดสินของศาลฎีกาเขากล่าวว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนสมควรถูกประณามอย่างที่สุด"

การเดินทางเข้ามาของผู้คนจำนวนมหาศาลทำให้เซวตา ซึ่งมีประชากรเพียงประมาณ 84,000 คน ต้องเผชิญกับภาวะตึงเครียดอย่างหนัก และก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

อิตาลีประกาศกลับมาใช้มาตรการควบคุมชายแดนทางอากาศและทางทะเลกับสเปนอีกครั้ง โดยรัฐมนตรีต่างประเทศและรองนายกรัฐมนตรี อันโตนิโอ ทาจานี ระบุว่า การระงับข้อตกลงเชงเกนกับสเปนชั่วคราวเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงของประชาชนและปกป้องพรมแดนยุโรป

ตามปกติ ผู้ที่เดินทางจากสเปนไปอิตาลีทางเครื่องบินหรือเรือจะไม่ต้องผ่านการตรวจหนังสือเดินทางหรือศุลกากรเป็นประจำ แต่ภายใต้มาตรการดังกล่าว ผู้เดินทางอาจต้องแสดงหนังสือเดินทางหรือบัตรประจำตัวประชาชนเมื่อเดินทางถึงอิตาลี ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี เรียกร้องให้ระงับการเป็นสมาชิกของสเปนในเขตเชงเกน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เปิดให้ประชาชนเดินทางภายในสหภาพยุโรปได้อย่างเสรี แม้ว่าเซวตาและเมลียา ซึ่งเป็นดินแดนของสเปนในแอฟริกาเหนือ จะอยู่ในเขตเชงเกน แต่ยังคงมีการตรวจสอบสินค้าและผู้เดินทางระหว่างดินแดนเหล่านี้กับแผ่นดินใหญ่ของสเปน

ผู้นำยุโรปรายอื่นแสดงความกังวลเช่นกัน โดยประธานคณะกรรมาธิการยุโรป อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน กล่าวว่า "เราไม่สามารถปล่อยให้ใครเข้ามาในสหภาพยุโรปโดยไม่ปฏิบัติตามกฎของเรา" ขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส โลรองต์ นูเญซ สั่งเพิ่มการตรวจสอบตามแนวชายแดนฝรั่งเศส-สเปน

ประเด็นการย้ายถิ่นฐานยังคงเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความแตกแยกมากที่สุดในยุโรป ท่ามกลางการเติบโตของพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดที่ต่อต้านการอพยพ ส่งผลให้หลายประเทศใช้มาตรการด้านผู้อพยพที่เข้มงวดมากขึ้น

ในขณะที่รัฐบาลสังคมนิยมของนายกรัฐมนตรีซานเชซมีนโยบายที่เปิดรับผู้อพยพมากกว่าหลายประเทศในยุโรป เหตุการณ์ครั้งนี้จึงเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของเขา

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ วิจารณ์นโยบายด้านผู้อพยพของสเปน โดยระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นผลโดยตรงจากความพยายามของรัฐบาลสเปนที่เอื้อให้เกิดการอพยพผิดกฎหมายเข้าสู่ยุโรปในวงกว้าง

เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในเซวตา โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2021 เคยมีผู้อพยพกว่า 8,000 คน เดินทางเข้าสู่เซวตาภายในเวลาเพียงสองวัน แต่เหตุการณ์ครั้งล่าสุดถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง