เปิดด้านมืดบุหรี่ไฟฟ้า ทำเด็กไทยป่วย "โรค EVALI" พุ่ง! เคสแรกในไทยอายุ 14 ปี สูบเดือนละแท่ง นาน 1 ปี

เปิดด้านมืดบุหรี่ไฟฟ้า ทำเด็กไทยป่วยโรค EVALI พุ่ง สวนภาพลักษณ์ หลอกเด็ก-เยาวชน เป็นนักสูบ ขาประจำ 1.6% สาวไทยยิ่งหนัก ยอดสูบพุ่ง 3.1 เท่า กรุงเทพฯ-อีสาน สูบเยอะสุด “รมว.สธ.” ประกาศ “แนวทางวินิจฉัย-รักษาโรค EVALI” ครั้งแรกของไทย แท็กทีมวิชาชีพแพย์-แพทยสภา-สสส. สร้างฐานข้อมูลหนุนวางนโยบายแก้ปัญหา “สสส.” เร่งประสานเชื่อมเครือข่าย พร้อมพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน “เตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้า” เจาะกลุ่มเด็ก-เยาวชน ลุยให้ข้อมูลสุขภาพป้องเหยื่อรายใหม่
วันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่อาคารมหิตลาธิเบศร กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เครือข่ายวิชาชีพแพทย์ ในการควบคุมการบริโภคยาสูบ แพทยสภา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย และสมาคมอุรเวชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันประกาศ “แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ” พร้อมทั้งจัดเสวนา “วิกฤต EVALI ภัยเงียบจากบุหรี่ไฟฟ้า”
โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้กำลังต่อสู้กับบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พุ่งเป้าไปที่เยาวชนโดยตรง ผ่านการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูทันสมัย แต่กลับเป็นตัวการก่อโรคปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน(EVALI) ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากเกือบ 1 ล้านคน แต่มีรายงานป่วยโรค EVALI เข้ามาในระบบน้อย ไม่ใช่ว่าไม่มีผู้ป่วย แต่เป็นเพราะระบบรายงานโรคซับซ้อน กระบวนการวินิจฉัยยังไม่ชัดเจน และโรคนี้ไม่ได้ผูกพันตามกฎหมายให้ต้องรายงานเข้าส่วนกลาง แต่ในทางปฏิบัติบุคลากรการแพทย์พบผู้ป่วยที่มีอาการไอ เหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก บางคนหายใจล้มเหลวต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งหากวินิจฉัยล่าช้า ก็มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 10% ดังนั้น สธ. จึงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแนวทางปฏิบัติการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วย EVALI ระดับประเทศ รวมถึงคู่มือแนวทางปฏิบัติฯ เพื่อเป็นมาตรฐานในการดูแลรักษาโรคดังกล่าว
“ผมขอประกาศนโยบายและขอความร่วมมือไปยังสถานพยาบาลทุกระดับ ทั้งภาครัฐ เอกชน ให้มีความตื่นตัว คัดกรอง วินิจฉัย และรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรคอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประเทศไทยมีข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบายปกป้องสุขภาพประชาชนจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างแม่นยำ” นายพัฒนา กล่าว
ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มีความห่วงใยต่อการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชน ส่งผลให้ป่วยด้วยโรค EVALI จำนวนมาก โดยจากการจากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่ 7 พบเด็กและเยาวชน อายุ 10-14 ปี เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงถึง 7.1% ในจำนวนนี้กลายเป็นผู้สูบประจำถึง 1.6% ทั้งหญิงและชายในสัดส่วนเท่ากัน และยังพบวัยรุ่นอายุ 15-29 ปี มีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3.6% เป็น 8.4% ภายใน 5 ปี โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงที่มีอัตราการสูบเพิ่มขึ้น 3.1 เท่า
ทั้งนี้ กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอัตราการสูบชุก และแพร่ระบาดในกลุ่มวัยรุ่นสูงที่สุดในประเทศ ที่น่ากังวลคือพบเด็กอายุ 6-14 ปี มากถึง 57.6% ซึ่งไม่ได้เป็นผู้สูบเองแต่ได้รับอันตรายจากควันบุหรี่มือสอ ส่วนใหญ่ได้รับควันจากที่บ้าน ตลาดสด ตลาดนัด และสถานศึกษา
“ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าภัยเงียบนี้คุกคามถึงระดับครอบครัวและเด็กเล็กอย่างน่ากังวล มีความเสี่ยงสูงมากที่จะทำให้ป่วยโรค EVALI และพรากอนาคตของเยาวชนไปแบบไม่รู้ตัว ที่ผ่านมา ไทยพบผู้ป่วยอย่างไม่เป็นทางการแล้ว 17 ราย ใน 9 จังหวัด เกินครึ่งมีอายุน้อยกว่า 15 ปี และเป็นผู้ป่วยที่ยืนยันภาวะปอดอักเสบจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้า 2 ราย ดังนั้นแนวทางการรักษาผู้ป่วย EVALI ที่ประกาศใช้วันนี้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยป้องกัน รักษาชีวิตคนไทยได้ทันท่วงที สสส. จะทำหน้าที่เชื่อมประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเตือนภัยบุหรี่ไฟฟ้าในรูปแบบ Interactive Microsite เพื่อเป็นสื่อกลางออนไลน์ที่สร้างความตระหนักรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมายอายุ 4-18 ปี สร้างการมีส่วนร่วม เรียนรู้อันตราย ผลกระทบทางสุขภาพจากบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก เยาวชนตกเป็นเหยื่อ ทดลองเรียนรู้ได้ที่ https://thaihealth.dpevent.com/prod” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
รศ.นพ.สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา นายกสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติในการวินิจฉัยภาวะปอดอักเสบ EVALI ฉบับมาตรฐาน เกิดจาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของ สสส. ร่วมกับสมาคมเวชบำบัดวิกฤตแห่งประเทศไทย สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกองงานเลขานุการคณะกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติ
กรมควบคุมโรคมีเป้าหมาย
1.มาตรฐานการวินิจฉัย (Standardized Diagnosis) ให้แพทย์ทั่วประเทศมีเกณฑ์การคัดกรอง ซักประวัติ และตรวจทางรังสีวิทยาที่เป็นระบบเดียวกัน เพื่อตรวจพบโรคได้เร็ว ลดอัตราการเสียชีวิต
2.ระบบการรายงานที่มีประสิทธิภาพ (Mandatory Reporting System)กำหนดให้โรค EVALI เป็นโรคที่ต้องรายงานเข้าระบบเฝ้าระวังทันที เพื่อให้ประเทศมีฐานข้อมูล (Big Data) ที่ถูกต้องสำหรับการติดตามสถานการณ์และเตือนภัยสังคม
3.ส่งต่อข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย (Data-Driven Policy) นำข้อมูลเชิงระบาดวิทยาไปสนับสนุนมาตรการทางกฎหมายและการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลทุกระดับทั่วประเทศสามารถนำไปปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
รศ.นพ.กมล แก้วกิติณรงค์ นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมป์ กล่าวว่า ภาวะปอดอักเสบจากบุหรี่ไฟฟ้านับเป็นภัยเงียบจากผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้อย่างแท้จริง หลายปีที่ผ่านมามีการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความปลอดภัยกว่าบุหรี่มวน แต่การตรวจพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบ EVALI ซึ่งเกิดจากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น เพราะไม่เคยพบอาการป่วยโรคนี้ในผู้ที่สูบบุหรี่ชนิดอื่นมาก่อน จึงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ตอกย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใด ล้วนไม่ปลอดภัย สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทยฯ พร้อมเป็นสวนหนึ่งของทีมบุคลากรวิชาชีพสุขภาพในการเร่งดำเนินการให้ความรู้ความเข้าใจในประเด็นนี้แก่บุคลากร และประชาชนทั่วไป เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพปอดที่ดีต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
