รีเซต

ไทม์ไลน์ "ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565" เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ - บัตรคนจน ประกาศผล ยืนยันสิทธิรอบใหม่ วันไหนบ้าง

ไทม์ไลน์ "ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565" เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ - บัตรคนจน ประกาศผล ยืนยันสิทธิรอบใหม่ วันไหนบ้าง
Ingonn
17 สิงหาคม 2565 ( 09:27 )
954
2
ไทม์ไลน์ "ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565" เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ - บัตรคนจน ประกาศผล ยืนยันสิทธิรอบใหม่ วันไหนบ้าง

เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ล่าสุด ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรคนจน รอบใหม่ 5 ก.ย. -19 ต.ค. 2565 โดยกระทรวงการคลัง ได้เปิดช่องทาง ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ผ่านทางเว็บไซต์ และจุดลงทะเบียน ผู้ที่เข้าเงื่อนไขสามารถ สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ โดยมีไทม์ไลน์วันลงทะเบียน ประกาศผล ยืนยันสิทธิ และใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนี้

 

ไทม์ไลน์ "ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565"

วันที่ 5 ก.ย. - 19 ต.ค. 65

  • เปิดรับลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์และหน่วยรับลงทะเบียน

 

เดือน ก.ย. 65 

  • ประกาศผลการลงทะเบียนและผลการตรวจสอบความสัมพันธ์กับกรมการปกครอง (ทุกวันศุกร์)
    • ข้อมูลถูกต้อง
      รอตรวจสอบคุณสมบัติ

    • ข้อมูลไม่ถูกต้อง
      แก้ไขข้อมูลที่หน่วยรับลงทะเบียน

 

เดือน ม.ค. 66

  • ประกาศผลพิจารณาคุณสมบัติ
    • ผ่าน
      รอยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ

    • ไม่ผ่าน
      • ไม่ได้รับสิทธิ
      • อุทธรณ์

 

เดือน ม.ค. 66

  • ยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ
    • ธนาคารกรุงไทย
    • ธนาคารออมสิน
    • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

 

กระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป

  • ใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรประชาชน สามารถใช้บัตรประชาชนในการรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ

 

 

วิธีลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 รอบใหม่

ระยะเวลาในการเปิดรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเริ่มเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน – 19 ตุลาคม 2565 ตามช่องทาง ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ไหน ดังต่อไปนี้ 

  1. ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือ https://welfare.mof.go.th

    กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว

    - ไม่ต้องยื่นเอกสารที่หน่วยรับลงทะเบียนกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์เท่านั้น
    - โปรดตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนต้องแสดงข้อความ "กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว"

    กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว

    ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยรับลงทะเบียน (เลือกหน่วยรับลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์)
    - แบบฟอร์มลงทะเบียน
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (คู่สมรส) *พร้อมลงลายมือชื่อ
    - บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (บุตร) หรือ สำเนาสูติบัตร * พร้อมลงลายมือชื่อ

    *กรณีที่คู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยรับลงทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

  2. ลงทะเบียน ณ หน่วยงานรับลงทะเบียนในพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่
    • สำนักงานคลังจังหวัด
    • ที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ
    • สำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร
    • สำนักงานเมืองพัทยา
    • สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
    • สาขาธนาคารออมสิน
    • สาขาธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ) 

      กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว

      ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยรับลงทะเบียน
      - แบบฟอร์มลงทะเบียน
      - บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)

      กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว

      ต้องนำเอกสารไปยื่นที่หน่วยรับลงทะเบียน 
      - แบบฟอร์มลงทะเบียน
      - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (คู่สมรส) *พร้อมลงลายมือชื่อ
      - บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
      - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (บุตร) หรือ สำเนาสูติบัตร * พร้อมลงลายมือชื่อ

      *กรณีที่คู่สมรสและบุตรของผู้ลงทะเบียนเดินทางมาแสดงตัวที่หน่วยรับลงทะเบียน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

  3. ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ด้วยตนเอง

    สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาลงทะเบียนแทนได้ โดยใช้เอกสาร ดังนี้
    - แบบฟอร์มลงทะเบียน
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (คู่สมรส) *พร้อมลงลายมือชื่อ
    - บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ลงทะเบียน)
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (บุตร) หรือ สำเนาสูติบัตร * พร้อมลงลายมือชื่อ

    เอกสารสำหรับการมอบอำนาจ
    - หนังสือมอบอำนาจ (ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์โครงการฯ)
    - บัตรประจำตัวประชาชน (ผู้ได้รับมอบอำนาจ)
    - สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี)
    - ใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

 

ทั้งนี้ ช่วงเวลาในการเปิดรับลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หากตรงกับวันเสาร์ - วันอาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานรับลงทะเบียนแต่ละแห่ง

 

 

เช็คสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ - บัตรคนจน ลงทะเบียนรอบใหม่ 

การประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนภายในเดือนมกราคม 2566 ผ่านทางเว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือ http://welfare.mof.go.th โดยมีรายละเอียด  ดังนี้

  1. สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน
    เพื่อเข้าร่วมโครงการฯ ที่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทยฯ โดยสามารถยืนยันตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติช่วงเดือนมกราคม 2566 

  2. สำหรับผู้ลงทะเบียนที่ไม่ผ่านคุณสมบัติของโครงการฯ สามารถดำเนินการยื่นเรื่องอุทธรณ์ผ่านทางเว็บไซต์ https://xn--12cm1ane3a8dcb9a6abq9eehm8a4u7e.mof.go.th/ หรือช่องทางที่กระทรวงการคลังกำหนดได้ตั้งแต่วันที่ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติช่วงเดือนมกราคม 2566


เงื่อนไขการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565

ผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติ และยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว จะสามารถเริ่มใช้สิทธิตามโครงการฯ ได้ โดยเป็นการใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชน ในการนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่บัตรประจำตัวประชาชนหมดอายุหรือมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ไม่ใช่แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ให้เปลี่ยนเป็นบัตรประจำตัวประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) และในส่วนของวันที่จะเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ กระทรวงการคลังจะประกาศให้ทราบต่อไป 


ทั้งนี้ ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบันจะยังคงใช้สิทธิผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้จนถึงวันสุดท้ายก่อนที่จะมีการเริ่มใช้สิทธิใหม่ผ่านบัตรประจำตัวประชาชนสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 

 

ข้อควรรู้ สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  • โครงการรอบใหม่ ปี 2565 ใช้สิทธิผ่านบัตรประชาชน แทนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ผู้มีได้รับสิทธิเดิม ต้องลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบสิทธิด้วย

 

คุณสมบัติผู้สมัครบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565


คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนและสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียนโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 มีดังนี้

  1.  มีสัญชาติไทย


  2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป


  3. ไม่เป็นบุคคล ดังต่อไปนี้ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ หรือผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน ผู้รับบำนาญปกติ หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา


  4. รายได้ของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง และหากมีครอบครัว รายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี ในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง (การคำนวณรายได้เฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนคำนวณได้จากการรวมรายได้ของผู้ลงทะเบียน และสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียน หารด้วยจำนวนบุคคลทั้งหมดในครอบครัว)


  5. ทรัพย์สินทางการเงิน ได้แก่ เงินฝาก สลาก พันธบัตร และตราสารหนี้ภาครัฐ ของผู้ลงทะเบียนต้องมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง และหากมีครอบครัว ทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนมีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาทต่อคน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง (การคำนวณทรัพย์สินทางการเงินเฉลี่ยของครอบครัวของผู้ลงทะเบียนคำนวณได้จากการรวมมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินของผู้ลงทะเบียน และสมาชิกในครอบครัวของผู้ลงทะเบียน หารด้วยจำนวนบุคคลทั้งหมดในครอบครัว)


  6. อสังหาริมทรัพย์ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
    • กรณีผู้ลงทะเบียนไม่มีครอบครัว
      • ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน)
        • กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว: บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว ต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา และ/หรือ ห้องชุดต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

        • กรณีเป็นที่อยู่อาศัย และใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่

      • ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย: ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 1 ไร่ 

    • กรณีผู้ลงทะเบียนมีครอบครัว
      • ที่อยู่อาศัยที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (บ้านพร้อมที่ดิน)
        • กรณีอยู่อาศัยอย่างเดียว
          • กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของที่ดินที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวแยกจากกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินของลงทะเบียนและคู่สมรสแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา

          • กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของที่ดินที่มีลักษณะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถวร่วมกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในที่ดินของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสรวมกันต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 25 ตารางวา

          • กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของห้องชุดแยกจากกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสแต่ละคนต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

          • กรณีผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสเป็นเจ้าของห้องชุดร่วมกัน ไม่ว่าจะมีบุคคลอื่นเป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ก็ตาม ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของผู้ลงทะเบียนและคู่สมรสรวมกันต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 35 ตารางเมตร

        • กรณีเป็นที่อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์จากที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรจะต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่

      • ที่ดินแยกจากที่อยู่อาศัย: ในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 20 ไร่ หรือในกรณีที่ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอื่นที่ไม่ใช่เพื่อการเกษตรต้องมีพื้นที่ไม่เกิน 2 ไร่

         
  7. ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีบัตรเครดิต ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

    ผู้ลงทะเบียนจะต้องไม่มีวงเงินกู้ หรือมีวงเงินกู้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ไม่เกินหลักเกณฑ์ ได้แก่ วงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และ/หรือ วงเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท


ทั้งนี้ โฆษกกระทรวงการคลังยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 47 หน่วยงาน  ซึ่งจะเป็นหน่วยงานรับลงทะเบียนและหน่วยงานที่ช่วยในการตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นผู้มีรายได้น้อยตามหลักเกณฑ์ที่โครงการฯ กำหนดเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ลงทะเบียนมีคุณสมบัติเป็นผู้มีรายได้น้อยตัวจริงที่สมควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ตลอดจนเป็นการช่วยให้รัฐบาลใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพในการจัดสรรสวัสดิการให้แก่ผู้ที่ต้องการได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง


สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โทร 094-858-9794 (เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น.)
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02 273 9020 ต่อ 3512 3509 3697 หรือ
โทร. 08-5842-7102 , 08-5842-7103, 08-5842-7104 ,08-5842-7105

 

 

ข้อมูลจาก กระทรวงการคลัง

 

 

 

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

 

ทุกประเด็นร้อนข่าวสาร สาระ ทันเหตุการณ์ พูดคุยกันได้ 24 ชม.

คลิกเลย >>> TrueID Community <<<

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม