“บิ๊กตู่”นำครม.ชุดใหญ่ เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ ยกเป็นหน้าปวศ.ไทย ยิ่งใหญ่เทียบยุโรป

“บิ๊กตู่”นำครม.ชุดใหญ่ เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ ยกเป็นหน้าปวศ.ไทย ยิ่งใหญ่เทียบยุโรป
มติชน
15 ธันวาคม 2563 ( 15:20 )
52
“บิ๊กตู่”นำครม.ชุดใหญ่ เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ ยกเป็นหน้าปวศ.ไทย ยิ่งใหญ่เทียบยุโรป

“บิ๊กตู่”นำ ครม. ตรวจเยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ พร้อมทดลองเดินขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง ระบุเป็นก้าวแรกแต่ยังมีอีกหลายก้าวต้องเดินหน้าต่อ ชี้เป็นประวัติศาสตร์ ระบบขนส่งทางรางของไทย เดินหน้าต่อดันไทยเป็นศูนย์กลางระบบขนส่งมวลชนอนุภูมิภาคและภูมิภาคอาเซียน โวทัดเทียมลอนดอน-ปารีส กำชับหาที่จอดรถให้ครบถ้วน หวังลดการจราจรติดขัด

 

เมื่อเวลา 13.50น. วันที่ 15 ธ.ค.ที่สถานีกลางบางซื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

 

พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ พร้อมรับฟังแผนการพัฒนาที่ดินบริเวณรอบสถานีกลางบางซื่อ และทดลองเดินขบวนรถไฟฟ้าสายสีแดง ระหว่างสถานีกลางบางซื่อ – สถานีรังสิต โดยมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และนายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับและนำเยี่ยมชมโครงการฯ

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ระบบคมนาคมขนส่งทางราง” ทั้งนี้เราต้องพัฒนาระบบขนส่งทางรางให้มากยิ่งขึ้น เพื่อลดความแออัดบนท้องถนน และอำนวยความสะดวกรวดเร็วให้ประชาชน พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆโดยกระทรวงคมนาคมและมหาดไทยได้เตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่องและเป็นโครงการระยะยาว จะเห็นว่าต้องใช้เวลาแต่ทุกอย่างเริ่มได้ก็จบได้ โดยรัฐบาลคิดเสมอว่าทำอะไรก็ตามประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด ตามที่รัฐบาลกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท หลายอย่างก็เดินไปแบบนี้ โดยมีการยึดโยงเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศ โดยพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งเสริม ติดตาม มุ่งมั่น และผลักดันให้ระบบขนส่งทางรางเป็นเส้นทางสายหลัก และกำลังพัฒนาเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งในอนุภูมิภาคและภูมิภาคอาเซียน โดยที่ผ่านมาเราพัฒนาเส้นทางหลายสายเป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ต้องไปดูเรื่องเส้นทางรถไฟฟ้าและที่จอดรถให้ครบถ้วน เพื่อลดการจรจรติดขัด เราต้องคิดทั้งระบบเพื่อไม่ให้มีปัญหา ขณะเดียวกันกำลังพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่ออนุภูมิภาคและภูมิภาค ในระยะยาวอาจเชื่อมไปจนถึงยุโรปตะวันออก โดยสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องการเจรจาพูดคุยในเวทีต่างๆ ถึงการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมกับประเทศอื่นๆด้วย นี่เป็นการเดินหน้าก้าวแรกเท่านั้นเอง มีอีกหลายก้าวที่ต่องเดินหน้าต่อ

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับสถานีกลางบางซื่อ มีความทันสมัยเปรียบเทียบสถานีรถไฟกลางลอนดอน และนครปารีส เราไม่ด้อยไปกว่าใครเลย โดยนอกจากพัฒนาเส้นทางต้องพัฒนาขีดความสามารถของประชาชนด้วย เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้ทั่วถึง พร้อมเกิดการพัฒนา การกระตุ้นเศรษฐกิจและการขยายตัวของเมือง ให้เกิดเป็นศูนย์การค้าที่อยู่อาศัย เพื่อขยายให้กว้างขึ้นเหมือนต่างประเทศ ซึ่งในอนาคตต้องพัฒนาประเทศศูนย์กลางระบขนส่งมวลชน วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์การพัฒนาระบบขนส่งทางรางและการพัฒนาประเทศต่อไป นี่คือก้าวแรกของเราในเรื่อง ขนส่งทางรางและยังมีอีกหลายเรื่องที่ก้าวไปหลายก้าวแล้วในการ เดินหน้าประเทศสู่ความยั่งยืน และยังมีอีกหลายอย่างที่ทำทุกมิติรวมถึงความมั่นคง จึงต้องบูรณาการ เป็นสิ่งที่ต้องสานต่อ นี่คือปัจจุบัน อดีต และอนาคตที่ต้องเชื่อมโยงกันแบบนี้ตัดข้อใดข้อหนึ่งไปไม่ได้

 

จากนั้นรมว.คมนาคม มอบนาฬิกาที่ระลึกหมายเลข 9 ให้กับนายกฯ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า นาฬิกาทุกเรือนต้องเดินไปข้างหน้า เหมือนกับรัฐบาลที่ดำเนินนโยบายให้ประเทศเดินไปข้างหน้า

 

 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ตามที่ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่มีประสิทธิภาพ
และแก้ไขปัญหาด้านการจราจร โดยการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งให้มีความต่อเนื่องกันทั้งระบบ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีศูนย์กลางการคมนาคมที่จะเชื่อมต่อการเดินทางจากใจกลางกรุงเทพมหานคร สู่ปริมณฑล รวมถึงเชื่อมโยงต่อไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ สถานีกลางบางซื่อแห่งนี้จะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

 

และมีมาตรฐานเทียบเท่าสถานีรถไฟชั้นนำของโลก ในการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารและทุกคน

 

ตามหลักอารยสถาปัตย์ สามารถเปลี่ยนถ่ายการเดินทางจากระบบราง ทั้งรถไฟทางไกล รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าเชื่อมสนามบิน และยังเชื่อมต่อการเดินทางของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตเมือง และระบบขนส่งรูปแบบอื่น ๆ อาทิ รถสาธารณะ   รถโดยสารประจำทาง รถโดยสาร บขส. รถแท๊กชี่ ได้ครบครัน รวมถึงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้การรถไฟฯ จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบราง เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางและธุรกิจแห่งภูมิภาคอาเซียน ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มและพัฒนาเมืองในรูปแบบใหม่ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นและขยายธุรกิจและเศรษฐกิจในพื้นที ส่งเสริมให้เกิดการกระจายโอกาสในด้านต่าง ๆ สู่ประชาชน ทั้งในด้านของการสร้างงาน สร้างอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นเป้าหมายที่กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการในการมุ่งพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการ

 

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันงานก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟชานเมือง และงานก่อสถานีรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน จำนวน 13 สถานี และงานก่อสร้างถนนเลียบทางรถไฟ ดำเนินการก่อสร้างงานโยธาแล้วเสร็จ คงเหลืองานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล รวมจัดหาตู้รถไฟฟ้าสำหรับช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ประกอบด้วย   งานระบบราง ระบบควบคุมการเดินรถและระบบอาณัติสัญญาณ ระบบโทรคมนาคม ระบบจำหน่ายตั๋วโดยสาร อุปกรณ์สำหรับศูนย์ซ่อมบำรุง ระบบรักษาความปลอดภัย สถานีไฟฟ้าย่อยและหม้อแปลงไฟฟ้า ระบบขับเคลื่อนรถไฟฟ้า และระบบอื่น ๆ งานจัดหาตู้รถไฟฟ้ารวมถึงการจัดเตรียม อบรมบุคลากรในการบริหารและซ่อมบำรุงระบบรถไฟฟ้า  มีความก้าวหน้าร้อยละ 89.10 โดยคาดว่าจะทดสอบการเดินรถเสมือนจริง แล้วเสร็จเดือนมีนาคม 2564 จากนั้นจึงจะเปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการ ในเดือนกรกฎาคม 2564 และเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2564

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมสถานีกลางบางซื่อ ภายในสถานี ประกอบด้วย อาคารทั้งหมด 3 ชั้น คือ ชั้นที่ 1 เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋วโดยสารและจุดเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบรางในกรุงเทพฯ ชั้นที่ 2 เป็นชั้นชานชาลา ประกอบด้วย รถไฟทางไกล 8 ชานชาลา และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง 4 ชานชาลา และชั้นที่ 3

 

เป็นชั้นชานชาลาสำหรับรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน และชานชาลารถไฟความเร็วสูง โดยแบ่งเป็นชานชาลาสำหรับรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน 2 ชานชาลา รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 6 ชานชาลา รถไฟฟ้าความเร็วสูงสายใต้ จำนวน 4 ชานชาลา รวมทั้งสิ้น 12 ชานชาลา นอกจากนี้ ยังมีชั้นใต้ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่จอดรถ ที่สามารถจอดรถยนต์

 

ได้ถึง 1,624 คัน มีถนนทางเข้าออกสถานีได้หลายทิศทาง เชื่อมต่อกับทางด่วนพิเศษ มีพื้นที่รองรับรถโดยสารประจำทาง และรถแท็กซี่ และยังมีพื้นที่สวนสาธารณะพร้อมบึงน้ำขนาดใหญ่ ด้านการบริหารสถานีในระยะแรก การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้บริหารสถานีกลางบางซื่อ และมอบหมายให้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถไฟชานเมือง สายสีแดง รวมถึงการบริหารสถานีรถไฟสายสีแดง จำนวน 12 สถานี โดยเมื่อโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิตและช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เปิดให้บริการแล้วคาดว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการประมาณ 86,000 คน-เที่ยว/วัน ซึ่งจะส่งผลให้สถานีกลางบางซื่อกลายเป็นศูนย์กลางการเดินทางด้วยระบบรางแห่งใหม่ ของประเทศ รวมทั้งเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้ทดลองเดินทางด้วยรถไฟฟ้าสายสีแดง จากสถานีกลางบางซื่อ ไปยังสถานีรังสิต เพื่อดูความคืบหน้าของงานก่อสร้าง ซึ่งรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อถึงดอนเมืองเป็นทางรถไฟยกระดับใช้ความเร็วในการเดินทาง 120 กม./ชม. และช่วงดอนเมืองถึงรังสิต ซึ่งเป็นทางรถไฟระดับผิวดิน มีรั้วกันสองข้างทางและสร้างถนนยกระดับข้ามทางรถไฟ สามารถใช้ความเร็วในการเดินทางได้ 140 กม./ชม. หลังทดสอบแล้วเสร็จจะสามารถให้บริการแก่ประชาชนในจังหวัดปทุมธานี

 

ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะ ร่วมรับฟังแผนต่อขยายสายสีแดง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ในโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยมีนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ต้อนรับ ทั้งนี้ แผนดังกล่าวคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2565 โดยมีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้นำเสนอแนวทางการเชื่อมต่อสถานีรถไฟรังสิตกับโครงข่ายต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน อีกทั้งการรถไฟฯ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการเคหะแห่งชาติ ร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาโครงการอาคารเช่าสำหรับ

 

ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เป็นอาคารพักอาศัยสูง 8 ชั้นจำนวน 2 อาคาร จำนวน 360 ห้อง โดยอยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่ และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในมิถุนายน 2564 เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อเริ่มก่อสร้าง และให้ประชาชนเข้าพักอาศัยใน ตุลาคม 2566 อันเป็นการบูรณการระบบรางควบคู่กับการพัฒนาเมืองตามแนวนโยบายของรัฐบาลต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง