เอกชนวอนครม.ใหม่ลดเบี้ยบ้ายรายทางก.แรงงาน มั่นใจทีมศก.รู้งาน

เอกชนวอนครม.ใหม่ลดเบี้ยบ้ายรายทางก.แรงงาน มั่นใจทีมศก.รู้งาน
มติชน
1 สิงหาคม 2563 ( 10:10 )
11
เอกชนวอนครม.ใหม่ลดเบี้ยบ้ายรายทางก.แรงงาน มั่นใจทีมศก.รู้งาน

เอกชนวอนครม.ใหม่ลดเบี้ยบ้ายรายทางในก.แรงงาน มั่นใจทีมศก.รู้งานลุยแก้ปัญหาทันที

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากโผว่าที่รัฐมนตรีใหม่ในการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ครั้งนี้ หากมองในส่วนของกระทรวงการคลัง และกระทรวงพลังงาน ถือว่าทั้งคู่เป็นเอกชนมาก่อนจึงน่าจะขับเคลื่อนงานที่รออยู่ข้างหน้าไม่ยาก อย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็น่าจะรู้ว่าปัญหาของเศรษฐกิจเวลานี้มีอะไรบ้างที่ต้องขับเคลื่อนแก้ไข เพราะนั่งทำงานด้วยกันมาหลายเวที หลายปัญหา และพบว่ามีความพยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างมาก จึงคิดว่าทุกคนเมื่อมาอยู่ในตำแหน่งนี้แล้วจะมีอำนาจและหน้าที่ในการผลักดันได้อยู่แล้ว ขอฝากความหวังว่าทั้งคู่จะผลักดันและแก้ปัญหาให้กับภาคเอกชนและประชาชนได้

 

ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะควบรองนายกรัฐมนตรีด้วยนั้น ก็ต้องให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ ได้ทำงานก่อน เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่ สิ่งสำคัญในการทำงานคือต้องได้รับความร่วมมือจากส่วนอื่นๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทั้งหมด เพื่อให้เนื้องานเป็นการขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน

 

สำหรับกระทรวงแรงงานที่คาดว่าจะมีทั้งรัฐมนตรีว่าการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงนั้น ส่วนหนึ่งเชื่อว่าเพราะปัจจุบันกระทรวงนี้ต้องยอมรับเป็นกระทรวงที่ภาคแรงงานเองมีปัญหาอยู่ค่อนข้างเยอะ รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาแรงงานในระดับต่างๆ ทั้งไทยและต่างชาติ ดังนั้นบทบาทหน้าที่ของกระทรวงพลังงานจะต้องเร่งแก้ไขกฎระเบียบ อุปสรรคในด้านต่างๆ เพื่อให้การทำงานของกระทรวงง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เร็วขึ้น ต้องลดขั้นตอนต่างๆ เบี้ยบ้ายรายทางต้องหมดไป ต้องมุ่งเน้นลดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการด้วย เพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาฝีมือแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด เทรนด์อุตสาหกรรมของโลก เพื่อให้แรงงานไทยมีงานทำ ไม่ต้องตกงานเยอะ

 

เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเอง โดยเฉพาะในไตรมาส3 ของปียังมีความน่าห่วง แม้ภาครัฐจะคลายล็อกธุรกิจต่างๆแล้ว แต่เนื่องจากเวลานี้สถานการณ์โควิดทั่วโลกยังอยู่ ขณะที่ไทยเองกำลังซื้อในประเทศยังไม่ฟื้นตัวมากนัก และปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการปรับครม. หลังจากนี้จึงต้องติดตามว่าหลังปรับครม.แล้ว นโยบายเศรษฐกิจจะเดินไปในทิศทางใด เพราะอย่างเงินช่วยเหลือภาคส่วนต่างๆจะหมดลงในเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ จะมีการต่ออายุมั้ย อาทิ เงินช่วยเหลือประกันสังคม การลดดอกเบี้้ย การเว้นเงินต้นให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ การชำระหนี้ได้รับการขยายมั้ย การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านอื่นๆจะมีเพิ่มเข้ามาอีกมั้ย เพราะปัจจุบันตัวเลขเศรษฐกิจของแต่ละประเทศโงหัวไม่ขึ้น ต้องกระตุ้นการใช้สินค้าในประเทศ การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐต้องเร่งให้เร็วขึ้น เพราะจะช่วยผ่อนคลายได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง