THANA รีเกมอสังหา สต๊อกแน่น 4.5 พันล.

#THANA #ทันหุ้น – THANA เลือกตั้งต้นปีพยุงความเชื่อมั่น ชูจุดแข็งสต๊อกแน่น โครงการพร้อมขาย 4,500 ล้านบาท กินได้ยาวราว 2 ปี ฟากบิ๊กบอส “สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์” เล็งผุดโปรเจ็กต์ใหม่อีก 1.5 พันล้านบาท เดินหน้าหาที่ดินทำเลเด่นโซนเวลวิลล์เจาะตลาด 5–7 ล้านบาท ตั้งเป้าโต 20% หวังพลิกผลประกอบการกลับมาเด่น
นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 คาดยังเป็นภาพต่อเนื่องจากปีก่อน โดยเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะซบเซา แต่อาจเห็นสัญญาณดีขึ้นจากบรรยากาศการเลือกตั้งช่วงต้นปี ซึ่งช่วยหนุนความเชื่อมั่นได้บางส่วน อย่างไรก็ดี ภาคท่องเที่ยวยังไม่สามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจได้มากนัก ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว โดยบริษัทประเมินว่าภาพรวมตลาดอสังหา และผลการดำเนินงานของ THANA ในปี 2569 ไม่น่าจะแย่ไปกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา
สต๊อกสินค้า
บริษัทมองว่าตลาดอสังหา ยังคงซึมต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และปี 2569 ไม่น่าหวือหวา อย่างไรก็ตาม THANA ได้เตรียมความพร้อมด้านสินค้าไว้ล่วงหน้า โดยมีมูลค่าโครงการที่พร้อมขายราว 4,500 ล้านบาท เพียงพอรองรับการขายได้ประมาณ 2 ปี ขณะเดียวกันยังวางแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 มูลค่าราว 1.1–1.5 พันล้านบาท
สำหรับการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการเพิ่มเติม บริษัทอยู่ระหว่างสรุปแผน โดยมองทำเลเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับราคา 7 ล้านบาทบวกลบ บริเวณฝั่งตรงข้าม เซนทรัลเวลวิลล์ (Wellville) รวมถึงเซ็กเมนต์ ระดับ 5 ล้านบาทบวกลบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีดีมานด์สูง ขณะที่ตลาดระดับ 20 ล้านบาท ยังต้องใช้เวลาฟื้นตัว และต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วง ไตรมาส 1–2/2569 ทั้งนี้ ประเด็นสินเชื่อ ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญของตลาดและอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
ด้านการลงทุน บริษัทตั้งงบซื้อที่ดินปี 2569 ไว้ราว 800–1,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันทยอยซื้อแล้วประมาณ 200 ล้านบาท และอยู่ระหว่างบริหารจัดการให้สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 บริษัทเน้นการเรียนรู้จากปีที่ผ่านมา พร้อมยกระดับบริการให้ครบวงจรมากขึ้น โดยเตรียมปรับรูปแบบงานตกแต่งและเพิ่มบริการด้านสุขภาพ เช่น กายภาพบำบัด เพื่อรองรับกลุ่มผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยร่วมกับครอบครัว และสร้างความแตกต่างจากการแข่งขันในตลาด
ตั้งเป้าโต 20%
ขณะที่เป้าหมายปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเติบโตอย่างน้อย 20% และคาดว่าจะบริหารงานให้ผลประกอบการกลับมาโดดเด่นขึ้น จากการเร่งเพิ่มยอดขายควบคู่การปรับคุณภาพพอร์ตสินค้า หลังปีที่ผ่านมาเน้นระบายสต็อกและแข่งขันด้านราคา โดยบริษัทประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) มีโอกาสปรับตัวดีขึ้น จากการเปิดตัวสินค้าใหม่และการรักษาระดับราคาขายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2568 บริษัทมีรายได้แล้วที่ 362.48 ล้านบาท และมีผลขาดทุน 12.10 ล้านบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
