ส่องท่าทีหลายชาติมองหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ว่าอย่างไรบ้าง ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศสหรัฐฯ และอิหร่าน ตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมกับการเจรจาที่กำลังจะเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถานในวันศุกร์นี้ (10 เมษายน)
แล้วนานาประเทศทั่วโลก มีความคิดเห็นอย่างไรกับการหยุดยิงชั่วคราวนี้…
-อิสราเอล
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวบน X ว่าเขาสนับสนุนการตัดสินใจของทรัมป์ที่จะระงับการโจมตีอิหร่านชั่วคราว เขากล่าวด้วยว่าอิสราเอลสนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ในการทำให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่เป็นภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และการก่อการร้ายต่อสหรัฐฯอิสราเอล ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับของอิหร่าน และทั่วโลกอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน เนทันยาฮูกล่าวว่าการหยุดยิงนี้ “ไม่รวมเลบานอน” ซึ่งกองทัพอิสราเอลเพิ่งจะเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอนเพื่อโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
-อิรัก
กระทรวงต่างประเทศของอิรักยินดีกับข่าวการหยุดยิง แต่ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านควรมีข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปการยุติสงครามที่ยั่งยืน กระทรวงต่างประเทศอิรักยังระบุว่า อิรักยืนยันการสนับสนุนความพยายามในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติในการควบคุมวิกฤตการณ์และให้ความสำคัญกับการเจรจาและวิธีทางการทูต พร้อมเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และงดเว้นจากการยกระดับความรุนแรงใดๆ
-อียิปต์
กระทรวงการต่างประเทศอียิปต์ กล่าวว่า การหยุดยิงเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องคว้าไว้เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจาทางการทูตและการสนทนาอย่างสร้างสรรค์ ทางการอียิปต์มองว่าการหยุดยิงนี้ควรจะสร้างเป็นข้อตกลงที่ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องหยุดปฏิบัติการทางทหาร และจะต้องเคารพเสรีภาพในการเดินเรือระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ อียิปต์จะทำงานร่วมกันปากีสถานและตุรกี เพื่อสนับสนุนด้านความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค พร้อมทั้งระบุว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะต้องคำนึงถึงข้อกังวลด้านความมั่นคงที่ชอบธรรม ของประเทศในอ่าวอาหรับด้วย
-ญี่ปุ่น
มินารุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ญี่ปุ่นยินดีกับข่าวการหยุดยิง 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในเชิงบวก ขณะที่กำลังรอข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยมินารุกล่าวว่า การลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ต่อจากนี้
-อินโดนีเซีย
รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่า อินโดนีเซียต้อนรับข้อตกลงหยุดยิงและเรียกร้องให้อิหร่านและสหรัฐฯ เคารพ “อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และการทูต” ของแต่ละฝ่าย ทางการอินโดนีเซียยังเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของทหารรักษาสันติภาพชาวอินโดนีเซีย 3 นาย ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดในเลบานอนเมื่อปลายเดือนมีนาคม ท่ามกลางการสู้รบระหว่างกองกำลังอิสราเอลกับนักรบของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ด้วย
-มาเลเซีย
กระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ถือเป็น “พัฒนาการที่สำคัญ และเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียด รวมถึงฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพที่จำเป็นอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง”
นอกจากนี้ มาเลเซียยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และด้วยความจริงใจ เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปสู่การสู้รบอีก พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการกระทำยั่วยุหรือมาตรการฝ่ายเดียวใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเสถียรภาพอันเปราะบางของภูมิภาค หรือบ่อนทำลายความมั่นคงด้านเศรษฐกิจและพลังงานของโลก
-ออสเตรเลีย
นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี และเพนนี หว่อง รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวยินดีต่อข่าวการหยุดยิงพร้อมแสดงความรู้สึกว่าพวกเขาหวังให้ข้อตกลงหยุดยิงนี้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
ทางการออสเตรเลียระบุด้วยว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน เมื่อรวมกับการโจมตีเรือพาณิชย์ โครงสร้างพื้นฐานพลเรือน และแหล่งน้ำมันและก๊าซ กำลังก่อให้เกิดแรงกระแทกต่ออุปทานพลังงานอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเชื้อเพลิง
-นิวซีแลนด์
รัฐบาลนิวซีแลนด์ ยินดีต่อข่าวการหยุดยิง แต่แม้ข่าวนี้จะเป็นสัญญาณที่น่าดีใจ แต่ยังมีงานสำคัญอีกมากที่ต้องดำเนินการในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเพื่อให้เกิดการหยุดยิงอย่างยั่งยืน นิวซีแลนด์ระบุด้วยว่า สงครามครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดผลกระทบและความปั่นป่วนในวงกว้างต่อทั้งตะวันออกกลางและภูมิภาคอื่น ๆ นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังชื่นชมประเทศอย่างปากีสถาน ตุรกี และอียิปต์ สำหรับบทบาทในการช่วยเจรจาข้อตกลงดังกล่าว
-อังกฤษ
ในขณะที่ “เคียร์ สตาร์เมอร์” นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ กล่าวว่าอังกฤษจะ “ทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนและคงไว้ซึ่งการหยุดยิงครั้งนี้” เขากล่าวแสดงความยินดีต่อข้อตกลงหยุดยิงที่บรรลุขึ้นในช่วงข้ามคืน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการหยุดยิงครั้งนี้จะยั่งยืน โดยอังกฤษพร้อมสนับสนุนและจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ข้อตกลงนี้ยืนยาว และจะร่วมมือในความพยายามทให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดได้อีกครั้ง
ขณะที่ แถลงการณ์จากทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า สตาร์เมอร์จะเดินทางไปยังภูมิภาคอ่าวอาหรับ เพื่อพบกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่อยู่แนวหน้าของความขัดแย้ง และจะแสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งเกิดขึ้น
โดยในการพบปะกับผู้นำในภูมิภาคสตาร์เมอร์ต้องการย้ำถึงการสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลงของสหราชอาณาจักร และความจำเป็นของการแก้ไขปัญหาทางการทูตในระยะยาว เพื่อให้แน่ใจว่าการหยุดยิงจะนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืน โดยเขาจะหารือเกี่ยวกับการทำให้การเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างถาวรและสหราชอาณาจักรจะยังคงมีบทบาทนำในความพยายามระหว่างประเทศต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
