"หอการค้าฯ" จี้ใช้เงิน4แสนล้านให้ตรงจุด

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานหอการค้าไทย และนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย กล่าวว่า การที่รัฐบาลออก พระราชกำหนด(พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2569 เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น
สะท้อนว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาพลังงานที่ผันผวน ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ในมุมของภาคเอกชนเห็นว่าการกู้เงินในภาวะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องผิด หากเป็นการใช้เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่จำเป็น
แต่คำถามสำคัญ คือ เงินก้อนนี้จะถูกนำไปใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่กลายเป็นภาระในระยะยาว เพราะวันนี้ประเทศไทยมีพื้นที่ทางการคลังเหลืออยู่ไม่มาก
ทั้งนี้ หนี้สาธารณะอยู่ระดับใกล้กรอบที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 70 ของ GDP ดังนั้นการใช้เงินทุกบาทจึงต้องมีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน และมุ่งเป้าอย่างมีวินัย โดยเห็นว่ารัฐบาลควรมีแผนดำเนินการดังนี้
1.ระยะสั้น รัฐควรช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างตรงจุดก่อน ทั้งผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายเล็กที่ได้รับผลกระทบโดยตรง มาตรการกระตุ้นควรเป็นแบบชั่วคราว มีเป้าหมายชัดเจน และสามารถวัดผลได้
เพื่อให้เม็ดเงินที่ลงไปก่อให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจจริง ไม่ใช่เพียงการใช้จ่ายแบบกระจายตัวที่ให้ผลจำกัด
ทั้งนี้ เมื่อเศรษฐกิจเริ่มประคองตัวได้แล้ว รัฐต้องลดต้นทุนของประเทศ ปัญหาของภาคธุรกิจในวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่คือต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งระบบ ทั้งด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และวัตถุดิบ
2.ระยะถัดไป เงินก้อนนี้ควรถูกใช้เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพราะวิกฤตในปัจจุบันไม่ใช่เพียงภาวะชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกการลงทุนในพลังงานสะอาด
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การเสริมความแข็งแรงของห่วงโซ่อุปทาน และการพัฒนาดิจิทัล ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือการเตรียมความพร้อมให้ไทยสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
