แปดริ้วก็มี! เก๋งเมาซิ่ง ชนแล้วหนี แถมหัวหมอ หนีตำรวจซุกในรั้วศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา

แปดริ้วก็มี! เก๋งเมาซิ่ง ชนแล้วหนี แถมหัวหมอ หนีตำรวจซุกในรั้วศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
มติชน
12 สิงหาคม 2563 ( 11:14 )
97
3
แปดริ้วก็มี! เก๋งเมาซิ่ง ชนแล้วหนี แถมหัวหมอ หนีตำรวจซุกในรั้วศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา
เสียภาพลักษณ์ยุติธรรม หนุ่มเมาแอ๋ชนแล้วหนีซุกในรั้วศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา

เสียภาพลักษณ์ยุติธรรม หนุ่มเมาแอ๋ชนแล้วหนีซุกในรั้วศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนมีตัวแทนออกมาเจรจากับคู่กรณีที่ช่วยกันวิ่งไล่ติดตามไปติดๆ เบื้องต้นยังไม่สามารถตกลงกันได้ ด้านเจ้าของรถโอดเป็นรถคันแรกในชีวิตที่โปรดปาน หลังซื้อมารู้สึกพึงพอใจและรักรถคันนี้เป็นอย่างมาก แต่กลับมาถูกคนไร้ความรับผิดชอบพุ่งชนจนได้รับความเสียหายขณะจอดไว้ที่ริมทาง

 

วันที่ 11 ส.ค.63 เวลา 21.15 น. ร.ต.อ.ภัสส์กร เฉลียวบุญ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุจากกลุ่มนักกีฬาบาสเกดบอล ที่กำลังซ้อมกีฬากันอยู่จำนวนหลายสิบคนในสนามเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ว่า ได้เกิดเหตุมีชายเมาสุราขับรถพุ่งชนรถยนต์ของนักกีฬาจนได้รับความเสียหายพังยับเยิน ก่อนที่จะขับรถหลบหนีเข้าไปหลบซ่อนอยู่ภายในรั้วของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งห่างประมาณ 200 เมตร

 

โดยมีกลุ่มเพื่อนของนักกีฬาได้พากันวิ่งไล่ติดตามไปจนทันและถ่ายภาพรถคันที่ก่อเหตุไว้ได้ จากนั้นกลุ่มนักกีฬาได้พยายามที่จะเข้าไปเรียก ให้ผู้ขับขี่ออกมาพูดคุยกันเพื่อเจรจาตกลงชดใช้ต่อความเสียหาย แต่ผู้ขับขี่รถยนต์กันก่อเหตุไม่ยินยอมที่จะออกมาพูดคุยด้วย โดยมีเจ้าหน้าที่ภายในศาลได้พยายามที่จะออกมาเจรจาแทน และไม่ยินยอมให้กลุ่มเพื่อนของนักกีฬาเข้าไปพูดคุยกับคู่กรณียังภายในบริเวณศาล จึงทำให้ไม่สามารถตกลงกันได้

 

หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปยังในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยนักเรียนนายตำรวจฝึกงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจอีก 2 นาย แต่ผู้ขับขี่รถรายดังกล่าวยังไม่ยินยอมที่จะขับรถออกมา หรือออกมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถที่จะเข้าไปยังภายในได้ เนื่องจากเป็นเขตอำนาจศาล และมีเจ้าหน้าที่ภายในคอยกันไว้อยู่ตลอดเวลา โดยที่หน้าประตูมีการเลื่อนปิดบานประตูรั้วไว้ จนเหลือช่องทางเข้าออกที่แคบลง

 

ขณะเดียวกันในที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า สีบรอนด์ทอง หมายเลขทะเบียน กม-8413 นครสวรรค์ ถูกพุ่งชนท้ายทางด้านขวาจนกระเด็นขึ้นไปเกยอยู่บนฟุตบาทขอบทาง ที่บริเวณริมถนนสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สวนสมเด็จย่า) ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับสนามบาสเกตบอลเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จนด้านหน้าพุ่งไปชนเข้ากับต้นไม้ ได้รับความเสียหาย และที่ด้านท้ายของตัวรถ มีสภาพย่นเสียหายยับเยิน โดยมีเศษคันชนหน้าของรถคู่กรณีตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ

 

 

ส่วนภาพถ่ายรถคู่กรณีที่ผู้เสียหายส่งมอบมาให้แก่ทางผู้สื่อข่าว พบเป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า คันสีดำ หมายเลขทะเบียน สช-3988 กรุงเทพฯ สภาพด้านหน้าพังเสียหายยับเยินเช่นเดียวกันโดยเฉพาะที่บริเวณหัวมุมด้านซ้ายของตัวรถ ถูกขับไปจอดแอบซุกไว้ที่บริเวณริมกำแพงรั้วของศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้านฝั่งประตูลูกกรงปิดตายริมถนนเรืองวุฒิ

 

โดยนายสุระพงศภัค ธนธิติพลรัตน์ อายุ 22 ปี ชาว ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เจ้าของรถยนต์คันถูกชนพร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนๆ ที่เห็นเหตุการณ์ร่วมกัน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุพวกตนกำลังจะเลิกจากการเล่นกีฬาแล้ว และกำลังจะเดินกลับมายังที่รถ ได้เห็นรถยนต์คันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วสูง จนเสียงเครื่องยนต์ดังลั่นถนน ก่อนที่จะพุ่งชนเข้ากับรถยนต์คันของตน ที่จอดแอบชิดขอบทางอยู่ที่ด้านซ้ายฝั่งมุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านหลังศาล

 

หลังเกิดเหตุจึงได้พากันวิ่งไล่ติดตามไป ประกอบกับมีรถยนต์กระบะของพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ได้เข้าช่วยเหลือ ด้วยการขับรถขวางถนนไว้ จึงทำให้รถคันก่อเหตุเลี้ยวเข้าไปยังภายในบริเวณศาลจังหวัดฉะเชิงเทราดังกล่าว โดยผู้เห็นเหตุการณ์หลายรายยังบอกอีกด้วยว่า ลักษณะของคนขับรถคันก่อเหตุนั้น น่าจะอยู่ในสภาพของคนเมาสุรา พวกตนจึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ในทันทีด้วย

 

โดยที่นายสุระพงศภัค ระบุอีกว่า ตนเป็นคนรักรถ และรักรถคันนี้มาก เนื่องจากเป็นรถยนต์คันแรกในชีวิต ที่เพิ่งซื้อมาได้ไม่นาน แต่เป็นรถคันที่ถูกใจตนเองมากที่สุด แต่กลับมาถูกคนเมาสุราขับพุ่งชนจนได้รับความเสียหาย จึงอยากเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ทั้งที่หากเป็นเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ภายในศาล จึงควรมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ นายสุระพงศภัค กล่าว

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง