เมื่อ “หัวเว่ย” สร้างทฤษฎีใหม่ด้านการสร้างแบรนด์ด้วยรถยนต์ “จวินเจี้ย” ( ตอน 1)

ผมกลับจากเมืองจีนช่วงเดือนตุลาคม 2026 พร้อมกับ “ประสบการณ์ใหม่” ที่ได้สัมผัสรถยนต์หรูเป็นครั้งแรกในชีวิต และ “มุมมองใหม่” เกี่ยวกับการสร้างแบรนด์ในโลกธุรกิจยุคใหม่
เมื่อกล่าวถึงแบรนด์ “หัวเว่ย” (Huawei)
ผมคิดว่ามีท่านผู้อ่านน้อยคนมากที่จะนึกถึง “แบรนด์รถยนต์” ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความโด่งดังในระบบการสื่อสารและดิจิทัล รวมทั้งการที่แบรนด์นี้ยังไม่ได้เข้ามาทำตลาดยานยนต์ในไทย แต่ทำไมผมจึงหยิบยกเรื่องนี้มาคุยกัน ...
รถยนต์สุดหรูที่ผมกล่าวถึงเป็นรถยนต์ยี่ห้อ “Huawei” รุ่น “จวินเจี้ย” (Zunjie) ซึ่งมีความหมายว่า “โลกแห่งความทรงเกียรติ” ในเวทีต่างประเทศจะรู้จักในนามของรุ่น “Maextro S800” จัดเป็นรุ่น “เรือธง” ในกลุ่มสุดหรูหราของ Huawei เลยทีเดียว
Maextro S800 เป็นรถยนต์ซีดานสุดหรูที่มีความยาว 5.48 เมตร ราวครึ่งหนึ่งของรถบัสประจำทางเลยทีเดียว ขณะที่ฐานล้อมีความกว้าง 3.37 เมตร ซึ่งทำให้ภายในห้องโดยสารมีพื้นที่โอ่โถงกว้างขวางถึง 2 เมตร ทำให้ผู้โดยสารสามารถปรับที่นั่งให้นอนยาวแบบ 180 องศาได้เลย ทั้งนี้ รถรุ่นนี้จัดวางแบบ 4 ที่นั่ง หรือแบบมาตรฐาน 5 ที่นั่ง
ในด้านระบบขับเคลื่อน “จวินเจี้ย”
ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะแบบโมดูลาร์ของ Huawei โดยมีให้เลือก 2 รุ่นสำคัญ อันได้แก่
- รุ่น Range-Extended EV (EREV) ที่เป็น “รถยนต์ไฟฟ้าระยะทางขยาย” แบบมอเตอร์ 2 ตัวและ 3 ตัว ซึ่งมาพร้อมกับ “แรงม้า” มหาศาล แม้ว่าจะมีตัวถังขนาดใหญ่ แต่รถรุ่นนี้ก็สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 4.7 วินาที รุ่นนี้ยังติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบ 4 สูบ 1.5 ลิตร ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเท่านั้น ขณะเดียวกัน รุ่นนี้ยังมีระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อและ 4 ล้อ
ด้วยแบตเตอรี่ CATL ขนาด 65 kWh สามารถวิ่งได้ระยะทาง 340-400 กิโลเมตร แต่หากใช้คู่กับเครื่องยนต์และเติมน้ำมันเต็มถัง จะสามารถทำระยะทางรวมได้ถึง 1,333 กิโลเมตร
- รุ่น Pure Battery Electric (BEV) ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 850 แรงม้า ด้วยแบตเตอรี่ของ CATL ขนาด 120 kWh สามารถทำระยะทางได้ระหว่าง 650-780 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จเร็วพิเศษ 5C ที่ชาร์จตั้งแต่ 10-80% บนเครื่องชาร์จกำลังสูงโดยใช้เวลาเพียง 10-12 นาที
ในภาพใหญ่ รถยนต์รุ่นนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Huawei และ JAC Motors ทั้งนี้ JAC Motors เป็นกิจการยานยนต์ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Anhui Jianghuai Automobile Group ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี และทำตลาดอยู่กว่า 130 ประเทศ/ภูมิภาคทั่วโลก รวมทั้งไทย โดยเน้นรุกตลาดรถบรรทุกไฟฟ้าและยานยนต์เพื่อการพาณิชย์
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้โครงการ HIMA (Harmony Intelligent Mobility Alliance) ซึ่งเป็นระบบนิเวศยานยนต์อัจฉริยะ โดยก่อนหน้านี้ Huawei ได้นำเอาระบบนี้ไปใช้ในการร่วมมือกับหลายแบรนด์ยานยนต์ อาทิ AITO โดยร่วมมือกับ Seres Group ในรุ่น M5, M6, M7 และ M9 ที่เป็นรุ่นเรือธง และ Luxeed โดยร่วมกับ Chery ในรถยนต์ซีดานและรถยนต์รุ่น S7, R7, RX และ V9
ทั้งนี้ ในส่วนของความร่วมมือระหว่าง Huawei กับ JAC Motors นั้น มีการแบ่งงานกันทำตามความถนัด โดย Huawei มีบทบาทในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มทูหลิง (Tuling) รวมทั้งยังดูแลช่องทางการตลาดและการขายในร้านค้าเฉพาะทาง ขณะที่ JAC Motors ดูแลด้านการผลิตรถยนต์ วิศวกรรมเครื่องกล และการประกอบทางกายภาพ
ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์ “จวินเจี้ย”
ติดตั้งระบบไฮเทคและไฮไลต์สุดหรูมากมาย อาทิ HarmonyOS Cockpit ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ห้องโดยสารอัจฉริยะแบบไร้รอยต่อ ที่สามารถเชื่อมโยงหลายหน้าจอ ระบบเสียง และผู้ช่วย “Xiaoyi Sound System & Assistant” รวมถึงการควบคุมความบันเทิงจากผู้โดยสารด้านหลังที่เชื่อมโยงกับเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์และลำโพงอัจฉริยะหลายสิบตัวภายในรถ
เพียงพูดว่า “Xiaoyi Xiaoyi”
ก็จะปลุกระบบควบคุมภายในรถแบบรวมศูนย์เพื่อเล่นเพลง ตรวจสอบสภาพอากาศ ค้นหาข้อมูล และอื่น ๆ อย่างไม่สิ้นสุด นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศ HiLink ของ Huawei เพื่อควบคุมเครื่องใช้ภายในบ้านที่เป็น “อินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง” (Internet of Things)
รถรุ่นนี้ยังติดตั้งระบบ “Qiankun ADS 5.0” ที่เป็นระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงเวอร์ชันล่าสุดของ Huawei ที่เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายน 2026 ระบบดังกล่าวเป็นโซลูชันยานยนต์อัจฉริยะช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงที่รองรับการนำทางอัตโนมัติและหลีกเลี่ยงการชนแบบรอบทิศทาง
ขณะเดียวกัน “จวินเจี้ย” ยังใช้ “แพลตฟอร์มทูหลิง” (Tuling)
ซึ่งเป็นตัวถัง 3 มิติและระบบควบคุมยานยนต์แบบแอ็กทีฟที่มาพร้อมกับช่วงล่างที่มีระบบคาดการณ์สภาพถนนล่วงหน้า โดยระบบสามารถสแกนหลุมบ่อ ลูกระนาด หรือทางโค้งข้างหน้า แล้วปรับช่วงล่างให้มีความอ่อนหรือแข็งที่สอดรับกับสภาพถนนข้างหน้าได้
ตอนที่มีโอกาสนั่งในรถยนต์รุ่นนี้ ผมรู้สึกถึง “ความนุ่ม” ของห้องโดยสารที่ไร้เสียงรบกวนและ “ความนิ่ง” จนแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน จนผมนึกอยู่ว่ารถกำลังวิ่งด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรืออย่างไร แต่ที่ไหนได้ พอเหลือบมองก็เห็นรถกำลังทำความเร็วอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) แถมคนขับไม่ได้จับพวงมาลัยอีกด้วย
ระบบขับขี่อัตโนมัติดังกล่าวยังผนวกเข้ากับฟังก์ชันการจอดรถระยะไกล (Valet Parking Driver) ที่อนุญาตให้ผู้ขับขี่ก้าวออกจากรถที่สนามบินและศูนย์การประชุม และใช้แอปพลิเคชันสมาร์ตโฟนเพื่อให้รถค้นหาและขับไปยังที่จอดรถที่ว่างอยู่ด้วยตนเอง
ในทางกลับกัน ก็ใช้แอปพลิเคชันมือถือเรียกรถกลับไปยังจุดรับหรือไปยังจุดอื่นได้ตามต้องการ งานนี้ผมขอบอกว่าเรากำลังจะได้เห็นโลกยานยนต์ไร้คนขับเกิดขึ้นในวงกว้างของจีนกันแล้ว โดยมี Huawei รุ่น “จวินเจี้ย” เป็น “ผู้นำร่อง” ครับ
ไปติดตามความประทับใจที่ผมได้สัมผัสกันต่อในตอนหน้าครับ...
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
