Hermeus ทดสอบบิน Quarterhorse Mk 2.1 สำเร็จ ปูทางสู่ความเร็วเหนือเสียงและไฮเปอร์โซนิก

วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริษัท เฮอร์มีอุส (Hermeus) สตาร์ตอัพด้านการบินและอวกาศเพื่อการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ประกาศความสำเร็จในการทดสอบบินครั้งแรกของเครื่องบินไร้คนขับรุ่นล่าสุด Quarterhorse Mk 2.1 จากท่าอวกาศยาน Spaceport America เหนือน่านฟ้า White Sands Missile Range รัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา
ความสำเร็จครั้งนี้นับเป็นการนำอากาศยานลำใหม่ขึ้นบินเป็นลำที่ 2 ของบริษัทในรอบไม่ถึง 9 เดือน หลังจากรุ่น Mk 1 เคยทดสอบบินสำเร็จเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 สะท้อนการพัฒนาที่รวดเร็วผิดจากอุตสาหกรรมการบินความเร็วสูงซึ่งปกติต้องใช้เวลาหลายสิบปีต่อหนึ่งโครงการ
ขนาดเทียบชั้น F-16 ใหญ่กว่ารุ่นแรกหลายเท่า
สำหรับเครื่องบินไร้คนขับ Quarterhorse Mk 2.1 มีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องบินขับไล่ F-16 Fighting Falcon และขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอพ่น Pratt & Whitney F100 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนกำลังสูงที่ใช้ในฝูงบินรบของกองทัพอากาศสหรัฐฯ หลายรุ่น
เมื่อเทียบกับ Mk 1 รุ่นก่อนหน้า Mk 2.1 มีขนาดใหญ่กว่าถึง 3 เท่า และมีน้ำหนักมากกว่าประมาณ 4 เท่า ทำให้กลายเป็นหนึ่งในอากาศยานไร้คนขับที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ภาคเอกชนสหรัฐฯ เคยพัฒนา
การบินทดสอบครั้งนี้เป็นการควบคุมระยะไกล หรือ Remotely piloted ซึ่งหมายถึงมีนักบินควบคุมจากสถานีภาคพื้นดิน ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เป้าหมายหลัก คือ ทดสอบเสถียรภาพการบิน ระบบควบคุม และพฤติกรรมโครงสร้างอากาศยานในสภาวะจริง
เป้าหมายความเร็วมัค 1.25-1.50 ก้าวแรกสู่การบินแบบซูเปอร์โซนิก
เป้าหมายสำคัญของ Mk 2.1 คือ การทำความเร็วระดับซูเปอร์โซนิก หรือความเร็วเหนือเสียง โดยคำว่า มัค เป็นหน่วยวัดความเร็วเทียบกับความเร็วเสียงในอากาศที่ระดับน้ำทะเล โดยมัค 1 มีค่าประมาณ 1,235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
บริษัท เฮอร์มีอุส (Hermeus) คาดว่า Mk 2.1 จะสามารถทำความเร็วได้ในช่วงมัค 1.25 ถึง 1.50 หรือราว 1,540-1,850 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและระดับความสูง
เอเจ พิพลิกา (AJ Piplica) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เฮอร์มีอุส (Hermeus) ระบุว่า "ความเร็ว คือ ข้อกำหนดพื้นฐานสำหรับระบบการบินของเรา การบินครั้งนี้ คือ จุดเริ่มต้นของแคมเปญทดสอบที่จะพาเราไปสู่ความเร็วเหนือเสียงในท้ายที่สุด"
แนวทางการเร่งพัฒนาแบบก้าวกระโดด
จุดแข็งสำคัญของบริษัท เฮอร์มีอุส (Hermeus) คือ แนวคิดการพัฒนาแบบ Iterative development หรือการสร้าง ทดสอบ ปรับปรุง แล้วสร้างรุ่นถัดไปอย่างต่อเนื่องในรอบสั้น ๆ แตกต่างจากโครงการอากาศยานทางทหารแบบดั้งเดิมที่อาจใช้เวลาพัฒนานาน 10-20 ปี
แนวทางนี้ช่วยลดความเสี่ยงทางวิศวกรรม แบ่งการทดสอบออกเป็นช่วงย่อย และนำข้อมูลจากการบินจริงกลับไปปรับปรุงต้นแบบอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันบริษัทกำลังประกอบ Mk 2.2 ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย
โดยเครื่องบินไร้คนขับ Mk 2.2 จะติดตั้งช่องรับอากาศแบบปรับรูปทรงได้ หรือ Variable geometry spike inlet ซึ่งเป็นกลไกควบคุมทิศทางลมเข้าสู่เครื่องยนต์ให้เหมาะสมกับความเร็วสูง รวมถึงระบบ Pre-cooler ที่ช่วยลดอุณหภูมิอากาศก่อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อรองรับสภาวะความเร็วสูงกว่าเดิม
เป้าหมายไฮเปอร์โซนิก มัค 5 ภายในปี 2026
เป้าหมายระยะยาวของโครงการ Quarterhorse คือ การพัฒนาอากาศยานที่ทำความเร็วระดับไฮเปอร์โซนิก หรือมัค 5 ขึ้นไป ซึ่งหมายถึงมากกว่า 6,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ความเร็วระดับนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถลดเวลาเดินทางข้ามทวีปเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง และในบริบททางทหารยังหมายถึงความสามารถในการตอบสนองภัยคุกคามได้รวดเร็วเหนือกว่าคู่แข่ง
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายสนับสนุนกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการเสริมขีดความสามารถด้านความเร็วสูง ซึ่งกำลังเป็นสนามแข่งขันสำคัญระหว่างมหาอำนาจโลก
อุตสาหกรรมการบินและความมั่นคง
ความสำเร็จของเครื่องบินไร้คนขับ Mk 2.1 ไม่ได้เป็นเพียงก้าวทางเทคนิค แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมการบินกลาโหม ที่เปิดพื้นที่ให้สตาร์ทอัพเทคโนโลยีเข้ามาแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ดั้งเดิม
หากบริษัท เฮอร์มีอุส (Hermeus) สามารถบรรลุเป้าหมายไฮเปอร์โซนิกได้ภายในปี 2026 จะถือเป็นหมุดหมายสำคัญของเทคโนโลยีการบินสหรัฐฯ และอาจเปลี่ยนสมดุลด้านความเร็วทางยุทธศาสตร์ในทศวรรษหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
