จีนสั่งแบงก์เพิ่มกันสำรองสกัด “หยวน” แข็งค่า

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ระบุว่า เตรียมปรับขึ้นอัตราส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์ (reserve requirement ratio-RRR) ในส่วนของเงินตราต่างประเทศ เป็นร้อยละ 6 จากเดิมที่ร้อยละ 4 เริ่มมีผลในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้
ธนาคารกลางจีนระบุในแถลงการณ์ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการบริหารจัดการสภาพคล่องในส่วนเงินตราต่างประเทศในสถาบันการเงิน
การปรับเพิ่มสัดส่วนการกันสำรองสภาพคล่องดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในมาตรการที่เข้มงวดสุด เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินหยวนที่ยืดเยื้อมานาน ส่งผลให้เงินหยวนมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลงมากสุดในรอบ 6 เดือน ภายในวันเดียว
“รอยเตอร์ส” ประเมินโดยอิงจากข้อมูลเงินฝากเงินตราต่างประเทศอย่างเป็นทางการว่า การปรับเปลี่ยนล่าสุดจะทำให้มีการถอนเงินออกจากระบบราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์
หลังการประกาศของธนาคารกลางจีน เงินหยวนที่ซื้อขายในประเทศอ่อนค่าลงร้อยละ 0.37 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อยู่ที่ระดับ 6.6728 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม และน่าจะเป็นการอ่อนค่าลงในวันเดียวมากสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม นอกจากนี้ สกุลเงินหยวนในต่างประเทศก็อ่อนค่าลงด้วย
“มาร์โก ซุน” หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดการเงินของ MUFG ประจำจีน มองว่า ธนาคารกลางจีนกำลังตอบสนองต่อการแข็งค่าของเงินหยวนที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนของตลาด โดยการดูดซับสภาพคล่องบางส่วนของดอลลาร์สหรัฐที่อยู่ในระบบธนาคาร ความพยายามดังกล่าวต้องการลดแรงเหวี่ยงในการแข็งค่าของเงินหยวนและป้องกันไม่ให้ตลาดเกิดความคาดหวังในทิศทางเดียวที่มากเกินไป
ในปีนี้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยแข็งค่ามากสุดนับตั้งแต่ปี 2022 และกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีสุดในเอเชีย ได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่ง ตัวเลขเกินดุลการค้าที่สูง และการแปลงเงินตราต่างประเทศเป็นสกุลท้องถิ่น (FX conversion) ของบริษัทต่าง ๆ จำนวนมาก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
