อว.เผยล่าสุดไทยฉีดวัคซีนแล้ว 15,960,778 โดส ขณะที่ 'ภูเก็ต' ฉีดเข็มแรกแล้ว 74.7%

อว.เผยล่าสุดไทยฉีดวัคซีนแล้ว 15,960,778 โดส ขณะที่ 'ภูเก็ต' ฉีดเข็มแรกแล้ว 74.7%
มติชน
26 กรกฎาคม 2564 ( 23:15 )
17
อว.เผยล่าสุดไทยฉีดวัคซีนแล้ว 15,960,778 โดส ขณะที่ 'ภูเก็ต' ฉีดเข็มแรกแล้ว 74.7%

อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 26 กรกฎาคม ฉีดวัคซีนแล้ว 15,960,778 โดส และทั่วโลกแล้ว 3,859 ล้านโดส ใน 201 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 141.89 ล้านโดส โดยจังหวัดของไทยที่ฉีดมากที่สุด คือ ภูเก็ต โดยฉีดวัคซีนเข็มแรกกว่า 74.7%”

 

 

วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 3,859 ล้านโดส ใน 201 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 33.7 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 342 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 163 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว

 

 

 

 

ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 141.89 ล้านโดส โดยสิงคโปร์ฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (71.8% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 62.858 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2564 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 15,960,778 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 51.87%

 

 

สำหรับการฉีดวัคซีน จำนวน 3,859 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 26 กรกฎาคม 2564
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 15,960,778 คน ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 12,307,788 โดส (18.6% ของประชากร)
-เข็มสอง 2 3,652,990 โดส (5.5% ของประชากร)

2. จำนวนวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.- 26 ก.ค. 64 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 15,960,778 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 237,455 โดส/วัน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinopharm
– เข็มที่ 1 663,513 โดส
– เข็มที่ 2 41,602 โดส
วัคซีน AstraZeneca
– เข็มที่ 1 6,913,815 โดส
– เข็มที่ 2 225,211 โดส
วัคซีน Sinovac
– เข็มที่ 1 4,730,460 โดส
– เข็มที่ 2 3,386,177 โดส

 

 

3. รายงานผู้มีอาการข้างเคียงภายหลังได้รับการฉีดวัคซีน
– 96.31% ไม่มีผลข้างเคียง
– 3.69% มีผลข้างเคียงไม่รุนแรง ประกอบด้วย
– ปวดกล้ามเนื้อ 0.89%
– ปวดศีรษะ 0.66%
– ปวด บวม แดง ร้อน บริเวณที่ฉีด 0.47%
– เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง 0.43%
– ไข้ 0.29%
– คลื่นไส้ 0.20%
– ท้องเสีย 0.13%
– ผื่น 0.11%
– ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง 0.08%
– อาเจียน 0.05%

– อื่น ๆ 0.38%

 

 

 

 

4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย
– บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่1 113.5% เข็มที่2 98.4%
– อสม เข็มที่1 44.3% เข็มที่2 20.6%
– ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 20.2% เข็มที่2 1.3%
– ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่1 24.5% เข็มที่1 4.5%
– เจ้าหน้าที่ด่านหน้า เข็มที่1 44.2% เข็มที่2 28.3%
– ประชาชนทั่วไป เข็มที่1 22.4% เข็มที่2 6.5%
รวม เข็มที่1 24.6% เข็มที่2 7.3%

 

 

5. จังหวัดที่ฉีดวัคซีน เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 แบ่งเป็น 2 ชุดข้อมูล
กรุงเทพฯ และปริมณฑล เข็มที่1 40.2% เข็มที่2 9.9% ประกอบด้วย
– กรุงเทพฯ เข็มที่1 55.1% เข็มที่2 12.7%
– สมุทรสาคร เข็มที่1 26.7% เข็มที่2 13.0%
– นนทบุรี เข็มที่1 28.9% เข็มที่2 10.0%
– สมุทรปราการ เข็มที่1 28.6% เข็มที่2 5.1%
– ปทุมธานี เข็มที่1 20.6% เข็มที่2 4.7%
– นครปฐม เข็มที่1 12.9% เข็มที่2 2.8%

 

 

จังหวัดอื่น ๆ 71 จังหวัด เข็มที่1 10.9% เข็มที่2 3.8%
– ภูเก็ต เข็มที่1 74.7% เข็มที่2 59.2%
– ระนอง เข็มที่1 34.6% เข็มที่2 10.0%
– สุราษฎร์ธานี เข็มที่1 18.6% เข็มที่2 7.4%
– เกาะสมุย เข็มที่1 32.0% เข็มที่2 9.2%
– เกาะเต่า เข็มที่1 18.7% เข็มที่2 5.6%
– เกาะพะงัน เข็มที่1 23.2% เข็มที่2 3.3%

 

 

6. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 141,891,066 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 62,858,198 โดส (16.2%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
2. มาเลเซีย จำนวน 17,317,553 โดส (36.1%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
3. ฟิลิปปินส์ จำนวน 17,202,421 โดส (10.0%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna และ AstraZeneca
4. ไทย จำนวน 15,960,778 โดส (18.6%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
5. กัมพูชา จำนวน 11,223,465 โดส (39.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca และ Sinovac
6. สิงคโปร์ จำนวน 7,5251,9145 โดส (71.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
7. เวียดนาม จำนวน 4,535,741 โดส (4.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
8. พม่า จำนวน 3,500,000 โดส (N/A* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
9. ลาว จำนวน 1,895,038 โดส (14.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 146,727 โดส (28.0%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร/2 เหมือนกันทุกประเทศ

 

 

 

 

7. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 64.56%
2. อเมริกาเหนือ 12.46%
3. ยุโรป 14.67%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 6.38%
5. แอฟริกา 1.58%
6. โอเชียเนีย 0.35%

8. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 4 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 1,538.71 ล้านโดส (55.0% ของจำนวนการฉีดทั่วโลก)
2. อินเดีย จำนวน 433.15 ล้านโดส (15.8%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 341.82 ล้านโดส (53.4%)
4. บราซิล จำนวน 131.85 ล้านโดส (32.3%)

 

 

 

 

9. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. มัลดีฟส์ (77.9% ของประชากร) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (76.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. บาห์เรน (72.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
4. อุรุกวัย (66.2%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
5. กาตาร์ (65.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)
6. ชิลี (65.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
7. แคนาดา (63.0%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna และ Pfizer/BioNTech)
8. สหราชอาณาจักร (62.7%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford Moderna และ Pfizer/BioNTech)
9. สิงคโปร์ (62.6%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
10. อิสราเอล (61.1%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech และ Moderna)

 

 

 

 

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข
ประมวลข้อมูลโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง