แม่จูงมือลูกสาววัย 14 ปี แจ้งจับหนุ่มลวงไปขืนใจ ในคืนวันลอยกระทง

แม่จูงมือลูกสาววัย 14 ปี แจ้งจับหนุ่มลวงไปขืนใจ ในคืนวันลอยกระทง
ข่าวสด
7 พฤศจิกายน 2563 ( 15:26 )
101
แม่จูงมือลูกสาววัย 14 ปี แจ้งจับหนุ่มลวงไปขืนใจ ในคืนวันลอยกระทง

แม่พาลูกสาวอายุ 14 ปี ขึ้นโรงพักแจ้งจับหนุ่มอายุ 17 ปี พูดคุยกันผ่านเฟซบุ๊ก กระทั่งคืนวันลอยกระทง ฝ่ายชายได้ชักชวนด.ญ. มาพบก่อนล่อลวงไปขืนใจที่บ้านพัก

 

วันที่ 7 พ.ย. 2563 ที่สภ.เมืองอุดรธานี นางพร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวจ.อุดรธานี ได้พาด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจ.อุดรธานี เข้าแจ้งความกับร.ต.ท.หญิง ภัชยาภรณ์ ประทุมพิมพ์ รองสว.(สอบสวน) หลังลูกสาวถูกชายอายุ 17 ปี ล่อลวงไปข่มขืนที่บ้านพัก ภายในซอยประชาสันติ ถ.ประชาสันติ ต.หมากแข้ง อ.เมือง เมื่อคืนวันที่ 31 ต.ค. 63 

 

นางพร กล่าวว่า ตนสังเกตเห็นความผิดปกติของลูกสาวที่เริ่มมีอาการเครียด ไม่ค่อยพูดจากับใคร จึงเค้นถามจนลูกยอมบอกว่าถูกชายหนุ่มชื่อนายทัด อายุ 17 ปี ล่อลวงไปข่มขืนที่บ้านพักเมื่อคืนวันลอยกระทงที่ผ่านมาโดยไม่สวมถุงยางอนามัย ตนจึงรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการและได้รับยาคุมกำเนิดมากิน

 

โดยแพทย์แจ้งว่าอาจได้ผลแค่ 50 เปอร์เซนต์ เนื่องจากผ่านมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยก่อนหน้าที่จะมาแจ้งความตนได้ไปที่บ้านของนายทัดแต่ไม่พบ เจอเพียงยายคนหนึ่งและบอกว่านายทัดมีแฟนอยู่แล้วและแฟนก็กำลังตั้งท้องอยู่ด้วย

 

ร.ต.ท.หญิงภัชยาภรณ์ กล่าวว่า ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานโดยจากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าด.ญ.บี รู้จักกับนายทัด ผ่านทางเฟซบุ๊ก มานาน 1 ปี นายทัด เคยเรียนที่โรงเรียนเดียวกันแต่ระหว่างนั้นยังไม่สนิทกัน โดยนายทัดจบออกไปตอน ม.3 ไปทำงานรับจัดโต๊ะจีน และเป็นพนักงานร้านเนื้อย่างเกาหลี ย่านตลาดรถไฟอุดรธานี

 

หลังพูดคุยผ่านเฟซบุ๊กกันมานานโดยที่ไม่รู้ว่านายทัด มีภรรยาที่กำลังตั้งท้องอยู่แล้ว กระทั่งในคืนวันลอยกระทงนายทัด ได้นัดด.ญ.บี ออกมาเจอที่สนามเด็กเล่นในสวนสาธารณะวังมัจฉาหนองบัว จากนั้นช่วงดึกนายทัด ได้พาซ้อนท้ายรถจยย. ไปที่บ้านพักในซอยประชาสันติ แล้วลงมือบังคับข่มขืนที่ห้องนอน จากนั้นนายทัดยังขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร และกำชับให้ไปซื้อยาคุมกำเนิด มากิน ก่อนพาไปส่งที่บ้าน

 

ร.ต.ท.หญิงภัชยาภรณ์ กล่าวต่อว่าหลังจากลงบันทึกประจำวันเรียบร้อยแล้ว จึงได้ส่งตัวด.ญ.บี ไปตรวจร่างกายโดยละเอียดก่อนรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบเรื่อง และให้สหวิชาชีพมาร่วมกันสอบปากคำอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง