รัสเซียทดลองนิวเคลียร์ SATAN II สะท้านโลก !? เจาะลึกเบื้องหลัง ในยุคที่ไร้ลิมิตหัวรบนิวเคลียร์

รัสเซียดำเนินการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile หรือ ICBM) รุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Sarmat (ซาร์มัต) หรือที่องค์การนาโต (NATO) ขนานนามว่า Satan II (ซาตาน ทู) โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับกองกำลังนิวเคลียร์ให้มีความทันสมัย
เป้าหมายการพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ใหม่ของรัสเซีย
เป้าหมายการพัฒนาการพัฒนาขีปนาวุธ Sarmat มีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาทดแทนขีปนาวุธรุ่นเก่าอย่าง Voyevoda (โวเยโวดา) ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต โดยผู้นำรัสเซียระบุว่าขีปนาวุธรุ่นใหม่นี้มีกำลังทำลายล้างรวมสูงกว่าขีปนาวุธของชาติตะวันตกถึง 4 เท่า และถูกออกแบบมาเพื่อเจาะทะลุระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามที่มักมุ่งเน้นการติดตั้งระบบตรวจจับไว้ทางตอนเหนือ
ทางด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน (Vladimir Putin) ระบุว่าการทดสอบประสบความสำเร็จและเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก
สเปกของตัวหัวรบนิวเคลียร์ใหม่รัสเซีย
Sarmat จัดอยู่ในกลุ่มขีปนาวุธข้ามทวีปขนาดหนัก (Heavy ICBM) มีน้ำหนักตอนปล่อยตัวมากกว่า 208 ตัน ตัวขีปนาวุธใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงเหลว (Liquid-fueled) และสามารถทำวิถีการบินในระดับต่ำกว่าวงโคจร (Suborbital flight) ซึ่งทำให้มีระยะทำการไกลครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก
หรือโดยพื้นฐานแล้ว เป็นการออกแบบระบบขับเคลื่อนและวิถีการบินให้ขีปนาวุธสามารถเดินทางอ้อมผ่านขั้วโลกใต้เพื่อเข้าโจมตีเป้าหมาย ซึ่งเป็นทิศทางที่ระบบเรดาร์ป้องกันภัยทางอากาศส่วนใหญ่ไม่ได้ครอบคลุมถึง ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเจาะทะลุแนวป้องกัน
ตัวขีปนาวุธสามารถบรรทุกน้ำหนักส่วนหัวรบ (Payload) ได้สูงสุด 10 ตัน โดยรองรับการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์แบบนำวิถีแยกเป้าหมายอิสระ (Multiple Independently targetable Reentry Vehicle หรือ MIRV) ขนาดใหญ่ได้สูงสุด 10 หัวรบ หรือขนาดเล็ก 16 หัวรบ รวมทั้งสามารถบรรทุกยานร่อนความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic glide vehicle) แบบ Avangard
หัวรบแต่ละตัวได้รับการติดตั้งระบบนำวิถีด้วยความเฉื่อยและระบบพิกัดดาวเทียม (GLONASS) พุ่งเข้าหาเป้าหมายที่แตกต่างกันด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 20 มัค (Mach) ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าอำนาจการทำลายล้างของหัวรบแต่ละชุดรวมกัน มีความรุนแรงมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ใช้ในอดีตหลายพันเท่า
สนธิสัญญานิวเคลียร์รัสเซีย - อเมริกา
ทั้งนี้ สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์ฉบับสุดท้ายที่เหลืออยู่ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ หมดอายุลงในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ไม่มีการจำกัดปริมาณอาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดของสองประเทศในโลกเป็นครั้งแรกในรอบกว่าครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น (Cold War) และยิ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ที่ไร้ขอบเขต
แต่เดือนเดียวกันนั้น สหรัฐฯ และรัสเซียตกลงที่จะ ฟื้นฟู การสื่อสารทางทหารระดับสูงอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกระงับไปในช่วงปลายปี 2021 ก่อนที่รัสเซียจะเปิดปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครนในปีเดียวกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
