“AI” เริ่มผลัดใบ? เมื่อ Intel-AMD พุ่งแซงหน้า “Nvidia” ในตลาดหุ้น Wall Street

นับตั้งแต่การมาถึงของ แชตจีพีที (ChatGPT) ในปลายปี 2022 ที่ทำให้เรื่องของปัญญาประดิษฐ์เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น ชื่อของ เอ็นวิเดีย (Nvidia) ก็ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ในฐานะผู้กุมบังเหียนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่าบัลลังก์ของบริษัทเทครายนี้เริ่มสั่นคลอน เมื่อมีข้อมูลที่เผยว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีท (Wall Street) เริ่มเบนเข็มความสนใจไปยังผู้เล่นรายอื่นมากขึ้น
การวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญที่รายงานบนเว็บไซต์ข่าวต่างประเทศ CNBC เผยว่า แม้บริษัท Nvidia จะยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งด้วยคาดการณ์รายได้ที่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 70 ในปีงบประมาณนี้ แต่ราคาหุ้นกลับเริ่มเดินช้าลงเมื่อเทียบกับกลุ่มชิปรายอื่น โดยในปี 2026 หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้นเพียงร้อยละ 15 ซึ่งสูงกว่าดัชนี แนสแด็ก (Nasdaq) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ในทางกลับกัน หุ้นของ Intel และ AMD กลับพุ่งสูงขึ้นราวร้อยละ 25 ในสัปดาห์เดียว โดยเฉพาะ Intel ที่ปีนี้มูลค่าหุ้นดีดตัวขึ้นไปมากกว่า 200% ขณะที่ผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง ไมครอน (Micron) ก็ทำราคาหุ้นพุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 37 ในสัปดาห์เดียว และโตกว่า 750% ในรอบปีที่ผ่านมา
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้พุ่งสูงขึ้นคือการปรับเปลี่ยนทิศทางของเทคโนโลยี จากเดิมที่เน้นเพียง GPU เพื่อประมวลผลโมเดลขนาดใหญ่ มาสู่การพัฒนา AI Agents หรือตัวแทน AI อัจฉริยะที่ทำงานให้สำเร็จได้อัตโนมัติ ซึ่งต้องพึ่งพา CPU หรือหน่วยประมวลผลกลางมากขึ้น
นอกเหนือจากชิปประมวลผลแล้ว ตลาดหน่วยความจำ (Memory) ก็กำลังอยู่ในภาวะขาดแคลนทั่วโลก ส่งผลให้ไมครอน (Micron) และยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung รวมถึง เอสเค ไฮนิกซ์ (SK Hynix) ได้อานิสงส์จากราคาที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความหอมหวานของกำไร นักวิเคราะห์จาก BTIG บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินและการลงทุนระดับโลก เตือนว่า ภาพที่เห็นในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับยุค ฟองสบู่ดอตคอม (dot-com era) ในปี 1999 เป็นอย่างมาก และอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปรับฐานราคาลงครั้งใหญ่ ในอนาคตอันใกล้นี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
