รีเซต

รมช.สธ.เตือนระวังเฟคนิวส์ เคสดีเจป่วยโควิด ย้ำเรื่องสุขภาวะสำคัญ บาลานซ์ 'อาหาร-ออกกำลังกาย' ให้ดี

รมช.สธ.เตือนระวังเฟคนิวส์ เคสดีเจป่วยโควิด ย้ำเรื่องสุขภาวะสำคัญ บาลานซ์ 'อาหาร-ออกกำลังกาย' ให้ดี
มติชน
6 กันยายน 2563 ( 17:33 )
73
รมช.สธ.เตือนระวังเฟคนิวส์ เคสดีเจป่วยโควิด ย้ำเรื่องสุขภาวะสำคัญ บาลานซ์ 'อาหาร-ออกกำลังกาย' ให้ดี

รมช.สธ.เตือนระวังเฟคนิวส์ เคสดีเจป่วยโควิด ย้ำเรื่องสุขภาวะสำคัญ บาลานซ์ ‘อาหาร-ออกกำลังกาย’ ให้ดี

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ จัดงานเฮลท์แคร์ 2020 : สุขภาพดี วิถีใหม่ ใจชนะ งานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ ก้าวสู่ปีที่ 12 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-6 กันยายน เวลา 10.00-20.00 น. ซึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน ภายใต้บรรยากาศการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 พร้อมด้วยการรักษาความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุด

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และยังอยู่ในช่วงหยุดยาวตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระหว่างวันที่ 4-7 กันยายน ประชาชนเดินทางมารอลงทะเบียนรับการตรวจสุขภาพฟรี รับกล้าไม้และต้นสมุนไพรฟรีจำนวนมาก

เวลา 15.50 น. ที่เวทีกลางจัดกิจกรรมเฮลธ์สมายล์ “รวมพลังคนไทย ขับเคลื่อนสุขภาวะกายใจให้ยั่งยืน” โดย นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมบรรยาย

 

นายสาธิตกล่าวว่า งานเฮลท์แคร์ 2020 จัดได้อย่างดี มีกิจกรรมให้ความรู้มากมาย โดยส่วนตัวสนใจเรื่องอาหารเป็นพิเศษ สำหรับตอนนี้เรื่องสุขภาพจิตสำคัญ เนื่องจากเราต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ อาทิ สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ อยากให้คิดบวกในทุกสถานการณ์ จะทำให้สามารถผ่านความเครียดและวิกฤตไปได้ สำหรับเรื่องสุขภาวะนั้นต้องสูงสุดสู่สามัญ เพราะเรื่องเอาเข้า หรือการกิน และการเอาออก หรือการออกกำลังกาย เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน

 

“เรื่องเอาเข้า หรือเรื่องอาหารนั้น จำเป็นจะต้องเอาเข้าอย่างมีประโยชน์ มีโทษน้อยที่สุด ซึ่งเราสามารถวางแผนได้ โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีโครงการดีๆ มากมาย อาทิ กรมอนามัย ร่วมกับร้านกาแฟอเมซอน เรื่องหวานน้อย เพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค อีกทั้งช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนการใส่น้ำตาล ส่วนเรื่องการเอาออกนั้น การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญ ต้องยอมรับว่าช่วงนี้คนสนใจเรื่องออกกำลังกายเยอะขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายล้านคนที่ไม่ได้มีนิสัยออกกำลังกาย ผมซึ่งมีหน้าที่รณรงค์ให้คนออกกำลังกายอยู่แล้ว ต้องให้เขาออกอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้คนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมาออกกำลังกาย ดังนั้น ควรบริหารทั้ง 2 สิ่งนี้ ทั้งการเอาเข้าและเอาออกให้ดี เพราะสุขภาวะเป็นสิ่งสำคัญ” นายสาธิตกล่าว

 

นายสาธิตกล่าวว่า สำหรับสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 นั้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 20 คู่สาย เราต้องพยายามให้คนเข้าถึงกรมสุขภาพจิตให้ได้มากที่สุด เนื่องจากสภาวะเครียด อันนำไปสู่โรคซึมเศร้า ขณะเดียวกันก็มีทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือเอ็มแคท ในทุกจังหวัด โดยมีตัวหลักคือจิตแพทย์ ซึ่งผลงานโดดเด่นที่สุดของทีมนี้คือการลงพื้นที่สอบสวน พร้อมคัดกรองผู้ป่วย จากเหตุการณ์กราดยิงภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จ.นครราชสีมา ซึ่งครอบครัวของผู้ประสบเหตุบางรายมีความเครียดสูงมาก ทั้งนี้ ช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น ภายใต้การดูแลจากทีมเอ็มแคท

 

 

นายสาธิตกล่าวเพิ่มเติมว่า ในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 นี้ เราตื่นตระหนกได้ แต่ต้องติดตามข้อมูลให้ดี พร้อมรักษา 3 มาตรการอย่างเคร่งครัดคือ ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากอนามัย และเว้นระยะห่าง ยืนยันว่าเรื่องการเตรียมการรักษาพยาบาล ทาง สธ.พร้อมแล้ว กรณีดีเจหนุ่มติดเชื้อโควิดนั้น ประชาชนไม่ควรกังวลถึงขนาดไม่ไป จ.นนทบุรี หรือไม่ไปที่ร้านอาหาร 3 วัน 2 คืน โดยสิ่งที่กลัวคือเรายังไม่สามารถหาได้ว่าผู้ป่วยติดเชื้อจากไหน ต่างจากเคสทหารอียิปต์ที่ทราบว่ามาจากต่างประเทศ และวันนี้ จ.ระยอง มีคนมาเที่ยวเต็มไปหมดแล้ว ทั้งนี้ กรมต่างๆ ภายใต้การดูแลของ สธ.ได้ทำงานอย่างเต็มที่ เราไม่ปกปิดข้อมูล ซึ่งข่าวต่างๆ ที่ส่งต่อกันในโซเชียล อาทิ สธ.ประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามเข้าสถานที่ต่างๆ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง นั่นคือเฟคนิวส์

 

“เชื่อมั่นว่าคนไทยสามารถต่อสู้กับโควิด-19 ได้ เพราะความสำเร็จเรื่องโควิดที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเพราะสาธารณสุขไทยเก่งอย่างเดียว แต่เป็นเพราะคนไทยให้ความร่วมมือ พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ของโลก นั่นคือ นิวนอร์มอลในการใส่หน้ากากอนามัย พร้อมกับมี อสม.ในการคัดกรองโรคประชาชนถึงบ้าน วันนี้คนไทยการ์ดตกไปนิดหน่อย เพราะเราเห็นเลข 0 ในประเทศมานาน แต่ในมุมกลับกัน เคสที่เกิดขึ้นอาจทำให้เราระวังตัวมากขึ้น โดยเฉพาะหากรักษา 3 มาตรการอย่างเข้มงวด ก็จะทำให้เราปลอดภัยจากโควิดได้กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ขอให้ทุกคนช่วยกัน” นายสาธิตกล่าว

 

จากนั้นเป็นพิธีมอบเงินจากกิจกรรมสาธารณกุศลแก่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยมี นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สธ., นายวรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน เป็นตัวแทนส่งมอบ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง