รวบคาด่าน ขนเฮโรอีน100ล้าน เตรียมส่งสุไหงโก-ลก ซ่อนในช่องลับรถยนต์

รวบคาด่าน ขนเฮโรอีน100ล้าน เตรียมส่งสุไหงโก-ลก ซ่อนในช่องลับรถยนต์
ข่าวสด
20 กุมภาพันธ์ 2564 ( 13:43 )
50
รวบคาด่าน ขนเฮโรอีน100ล้าน เตรียมส่งสุไหงโก-ลก ซ่อนในช่องลับรถยนต์

รวบคาด่าน จับอดีตผู้รับเหมา ขนเฮโรอีน 35 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท จากน่าน ไปส่งสุไหงโก-ลก ซ่อนในช่องลับรถยนต์

 วันที่ 20 ก.พ. 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน ฝ่ายปกครอง จ.น่าน สนธิกำลังร่วมกับ ป.ป.ส.ภาค5 สำนักงาน ป.ป.ส.4 DEA สหรัฐอเมริกา ประจำ จ.เชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลร่วมกัน นำไปสู่การจับกุมขบวนการยาเสพติดข้ามชาติ บริเวณจุดตรวจจุดสกัด ด่านควบคุมโรคโควิด-19 บ้านนาหวายใหม่ ม.5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน ได้ผู้ต้องหา 3 คน พร้อมของกลางเฮโรอีน 35 กิโลกรัม

ทั้งนี้ชุดเฉพาะกิจตรวจยึดจับกุม สืบสวนทราบว่า มีขบวนการค้ายาเสพติด ลำเลียงเฮโรอีน จากชายแดนภาคเหนือ ไปยัง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยวางแผนใช้รถยนต์ ยี่ห้อ รุ่นและสีเหมือนกัน อำพรางการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่ โดยมี นายสุรเดช กันธะโย อายุ 57 ปี และนายกมล คำพิมาร อายุ 34 ปี ขับรถยนต์ฟอร์ดสีขาว ทะเบียน 3ฒฆ5465กทม เดินทางมาจาก จ.ปทุมธานี มาจอดไว้ที่บ้าน นายธีนพันธ์ คำผาบูรณปัญญา ที่ อ.นาน้อย จ.น่าน ก่อนใช้รถฟอร์ดสีขาวอีกคันทะเบียน 3 ฒฆ 9764 กทม. พากันขับขึ้นไปรับยาที่ชายแดนเชียงราย โดยรถยนต์ทั้ง 2 คันได้ดัดแปลงช่องลับบริเวณกระบะเพื่อไว้สำหรับซุกซ่อนยา

โดยทำการซุกซ่อนยาเสพติดในช่องลับที่สร้างไว้ แล้วเดินทางกลับมาที่ อ.นาน้อย จ.น่าน เพื่อจะทำการเปลี่ยนถ่ายยาไปรถยนต์อีกคัน เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่รัฐ ว่ารถยนต์คันที่มียาเสพติดนั้น ไม่ได้มาจากจังหวัดชายแดนภาคเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งพักยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตามด่านต่างๆ จึงไม่เข้มงวดในการตรวจค้น กระทั่งขับกลับมาถึงด่านตรวจคัดกรองโรคโควิด19 บ้านนาหวายใหม่ ม.5 ต.ป่าคาหลวง อ.บ้านหลวง จ.น่าน

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรอตรวจค้น รอจนกระทั่งทั้ง 3 คนลงรถมาลงทะเบียน และตรวจคัดกรองโรค จึงขอเข้าตรวจค้นและพบของกลางยาเสพติดเฮโรอีนซุกซ่อนไว้ช่องลับที่ดัดแปลงไว้ท้ายกระบะรถยนต์ จำนวน 50 ก้อน น้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม ราคากว่า 100 ล้านบาท จับกุมดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 เฮโรอีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เผยว่า ได้ติดตามพฤติกรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวมานานกว่า 1 ปี แต่ไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบหนีและตบตาเจ้าหน้าที่ทำให้หลบหนีการจับกุมไปได้ จนครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรม จนสบโอกาสที่จังหวัดน่านยังคงมาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด ที่ผู้เดินทางเข้าออกจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนการคัดกรองโรค ทำให้ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวต้องลงรถ ทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว ไม่มีอาวุธเพื่อต่อสู้ขัดขืน และไม่สามารถหลบหนีการจับกุมได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง